Showing posts with label การบาดเจ็บ. Show all posts
Showing posts with label การบาดเจ็บ. Show all posts

Monday, November 7, 2016

การฝึกซ้อมมาเก๊ามาราธอน สัปดาห์ที่ 8 | No comments:

เป็นสัปดาห์ที่ลุ้นที่สุดว่าตูจะเจ็บม้ายยยย สุดท้ายก็... ไม่บอก...อ่านเอาเองสิ ^ ^

เขาชะโงก 32k
เขาชะโงก 32k


พุธ EASY RUN WITH 5 SPRINTS 55 นาที
TE 2.7 Recovery Time 16 ชั่วโมง Running Performance 41


จริงๆ แล้ววันนี้โปรแกรมซ้อมให้ทดสอบ Cooper แต่ดูอาการของเอ็นร้อยหวายแล้วยังไม่น่าไว้ใจ อย่างที่เล่าให้ฟังเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว คือมันไม่ถึงกับเจ็บ แต่ก็รู้สึกได้ว่าไม่ปกติ ครั้นจะหยุดไปเลยก็เสียดายเวลาว่างหลังเลิกงาน อีกอย่างโดยทั่วไป ช่วง 2-6 สัปดาห์ก่อนแข่ง เป็นช่วงที่ควรเก็บ mileage ให้สูงที่สุดในตารางซ้อม (ถ้าเป็นตารางของเราก็คือสัปดาห์ที่ 7-10) เราพลาดไปหนึ่งสัปดาห์แล้ว ไม่ควรพลาดอีก เลยเอาโปรแกรมวันพรุ่งนี้มาวิ่งแทนดีกว่า...เท้าเปล่าซะ จะได้วิ่งช้าๆ น่าจะไม่เป็นไร

วิ่งเสร็จไม่ได้เจ็บเพิ่มขึ้น แต่ก็ยังไม่ปกติอยู่ดี วิ่งเสร็จยืดน่อง ยืดแฮมนานๆ ก่อนนอนแช่น้ำแข็งรัวๆ

https://www.endomondo.com/users/862998/workouts/830910107


พฤหัส 12M:00S TEST

TE 3.5 Recovery Time 9 ชั่วโมง Running Performance 41

วันนี้ที่รอคอย วันที่เราจะแก้มือให้ ฯพณฯ Endo รู้ให้ได้ว่าฝีมือที่แท้จริงของเราเป็นยังไง เนื่องจาก Cooper Test คราวที่แล้วกากไปหน่อย Endo เลยกดตารางซ้อมเราซะต่ำเตี้ย (ซึ่งเราก็ไม่ซ้อมตามท่านสั่งอยู่ดี 555+) 

สภาพเอ็นร้อยหวายยังไม่ 100% เลยวอร์มนอกตารางไปก่อน 20 นาที ให้ความอุ่นช่วยคลายเอ็น บอกตัวเองรัวๆ...แค่ 7-8 รอบสนามเอง!! สู้หน่อยโว้ย!! อย่างไรก็ตาม ไอเท็มสำคัญที่สุดคือ "หัวลาก" ถ้าแกทำได้ จงหาหัวลากที่วิ่งดีกว่า ให้มาวิ่งนำในวัน Cooper Test เพราะเค้าจะวิ่งด้วยความเร็วสม่ำเสมอ หรือ ค่อยๆ วิ่งเร็วขึ้นเรื่อยๆ ได้ตามที่แกต้องการ ในขณะที่ถ้าแกวิ่งเอง แกจะอัดหมดสูบตั้งแต่นาทีแรกๆ แล้วแล็กติกก็จะท่วมขา วิ่งได้ซัก 6 นาทีก็จอดแล้ว...เชื่อเรา เราเป็นบ่อย 5555+

ขี้โม้แบบนี้แปลว่าสำเร็จใช่มั้ย?...เออสิ 555+ หลังส่งการบ้านข้อนี้ ฯพณฯ Endo ก็ปรับ pace วิ่งยาวของเราขึ้นมาเป็น 6:50 และคาดหมายสถิติมาราธอนให้ใหม่เป็น 4:34:43 ชม. เอ้อ!!!...อย่างงี้ค่อยเร้าใจหน่อย!!!

https://www.endomondo.com/users/862998/workouts/830649570

แล้วเอ็นแกล่ะป้อม?...ขอบคุณที่เป็นห่วง น่าแปลก ตอนวิ่งเสร็จอาการดูดีกว่าเมื่อวานที่วิ่งช้าๆ ซะอีก เรายืดเยอะๆ และแช่น้ำแข็งเหมือนเดิม ตื่นเช้ามาหายจ้อย!! หายแล้วว้อยยยย ^____^

เสาร์ EASY 13.00 KM
TE 2.3 Recovery Time 23 ชั่วโมง Running Performance 41

ถึงหายแล้วเราก็ไม่ชะล่าใจหรอกนะ เพราะเคยมีประสบการณ์ว่า หลังวิ่งไม่เป็นไรเลย แต่หลังจากนั้น 2 วัน แม้ไม่ได้ออกกำลังกายอะไรเลย แต่ตื่นเช้ามาเดินกะเผลกจ้อย

หมออธิบายว่า อาการบาดเจ็บมันมี limit ล่างของมันอยู่ สมมุติว่าการวิ่งทำให้เอ็นเราอักเสบ เราจะยังไม่รู้สึกเจ็บจนกว่าการอักเสบนั้นจะมากขึ้นจนถึงระดับหนึ่ง ซึ่งสิ่งที่จะทำให้เอ็นอักเสบเพิ่มขึ้นได้ก็คือการเดินในชีวิตประจำวันเรานี่แหละ ดังนั้นจึงเป็นไปได้ และพบเป็นประจำ ว่าเราจะเจ็บหลังวิ่งมาแล้ว 2-3 วัน ส่วนที่บางคนวิ่งปุ๊บเจ็บปั๊บ ก็เพราะการอักเสบจากการวิ่งครั้งนั้นมันรุนแรงจนถึง limit ล่างของความเจ็บเลย โดยไม่ต้องรอให้การเดิน มาเสริมทัพ

วันนี้เราเลยตั้งใจวิ่งให้ช้าสุดๆ ระดับโซน 2 ต้นๆ ... แกเอ๊ยยยย มันน่าเบื่อสุดๆ เมื่อยสุดๆ เพราะไม่ได้วิ่งช้าขนาดนี้มานาน วิ่งได้ 4 รอบ สรฟ. ตัดสินใจพอดีกว่า วิ่งเสร็จดูนาฬิกาเห็น HR เฉลี่ย 120 bpm ต่ำเกิ๊น หาวหวอดๆ ไม่ฟินอะไรเลยซักนิด  ทำให้พบว่า Endorphin มันจะมาเมื่อเหนื่อยถึงระดับหนึ่งนะ ไม่ใช่ว่าออกกำลังกายทุกครั้งแล้วมันจะมา

https://www.endomondo.com/users/862998/workouts/831268112


อาทิตย์ LONG RUN 31.00 KM
TE 4.1 Recovery Time 120 ชั่วโมง Running Performance 42

ลืมเล่าว่าเราเป็นหวัดมีน้ำมูกใสๆ ตั้งแต่เช้าวันเสาร์แล้ว วิ่งไปปาดไป เป็นทัศนะอุจาดอย่างยิ่ง คืนวันเสาร์ก็ยังไม่หาย เลยกินยาลดน้ำมูกไปเม็ดนึง ยาแรงจริงอะไรจริง กินแป๊บเดียวง่วงสุดๆ หลับรวดเดียวถึงตี 3 ตื่นมาพบว่าน้ำมูกกลายเป็นสีเหลืองแทน T_T วิ่งยาววันนี้จะรอดม้ายตู

อย่างที่เคยเล่าว่าเราชอบใช้สนามแข่งเป็นสนามซ้อม พอได้ตารางซ้อมก็พบว่าวันวิ่งยาวสัปดาห์นี้ตรงกับ งานเขาชะโงก 32k พอดี ก็สมัครล่วงหน้ารัวๆ สิคะ รออะไร วิ่งมา 6 ปีไม่เคยมาเพราะได้ข่าวว่าเส้นทางเป็นคอนกรีต ไม่ค่อยดีต่อสุขภาพเท้าเท่าไหร่ แต่เรามาวิ่งช้าๆ ไม่ได้มาแข่ง คงไม่เป็นไรมั้ง

ส่วนหนึ่งของเส้นทาง 32k เขาชะโงก
ส่วนหนึ่งของเส้นทาง 32k เขาชะโงก

เอาเข้าจริงก็มีถนนลาดยางเยอะอยู่นะ มีคอนกรีตเฉพาะในเขตโรงเรียนนายร้อยเท่านั้น เส้นทางก็ร่มรื่น รถน้อยสุดๆ มีช่วงก่อนและหลังกลับตัวกม. 20 เท่านั้น ที่ต้องวิ่งเข้าไปในเขตชุมชน ต้องดมควันรถกระบะเป็นระยะ เขาก็ไม่โหดเท่าไหร่ เทียบกับสัปดาห์ก่อนที่เขาชีจรรย์ เราว่าเส้นนั้นเขาโหดกว่า

อีกอย่างที่ชอบคือ staff เยอะดี ^ ^ มีทหารยืนตามหน้าปากซอยทุกซอย สงสัยเพื่อคอยกันนักวิ่งหัวใสลักไก่มาสมทบขบวน เพราะงานนี้คนชนะได้รับถ้วยจากพระหัตถ์สมเด็จพระเทพฯ เลย ไม่มี chip อีกต่างหาก สุ่มเสี่ยงมาก ตามแยกก็มีทหารบอกทาง จุดให้น้ำก็มีทหารประจำจุดอย่างเหลือเฟือ ไม่มีเหตุการณ์ "ตักน้ำไม่ทัน" แน่นอน 

โปรแกรมให้วิ่งเพซ 6:50 แต่เราตั้งใจว่าจะไม่ดูความเร็ว เป้าหมายของเราคือ ไม่ต้องอุ่นเครื่องที่โซน 2 เริ่มที่ต้นโซน 3 เลย แล้วเลี้ยงไว้ พอเลยกม. 21 ไปแล้ว ปล่อยให้ขึ้นมาที่ปลายโซนได้ ถ้าเจอเขาก็เอาที่สบายใจ แต่แน่นอน...ไม่เดิน วิ่งเสร็จมาดูผล อึ้งไปเลย ได้ความเร็วเฉลี่ย 6:49 เว้ยเฮ้ย!! 

https://www.endomondo.com/users/862998/workouts/831984961


ทำได้ตามแผนตลอดเส้นทาง สิ่งเดียวที่ยังไม่พอใจคือพอถึงกม. 30 เริ่มรู้สึกล้าแล้ว สำหรับมาราธอนเราควรแข็งแกร่งกว่านี้ปะวะ ต่อไปนี้อีก 1 เดือน จะพยายามเก็บ mileage ให้ครบถ้วนตามตารางซ้อมให้จงได้!! 



สิ่งนึงที่เริ่มรู้สึกหลังจากซ้อมมาราธอนมา 2 เดือนคือ...เรารักร่างกายตัวเองว่ะ ^___^ จริงๆ แล้วร่างกายเรามันน่ารักมากนะ เพียงแต่เรามองข้ามไป อย่างวันนี้ มันรู้ว่าเรากำลังเผชิญความยากลำบาก น้ำมูกเลยหยุดไหลให้ชั่วคราว หรืออย่างเมื่อวันพฤหัส เราใช้งานเอ็นหนักหน่วง มันก็ไม่ประท้วง และที่ผ่านมา ขาของเรามันก็ยอมให้เราใช้งานหนักกว่าคนทั่วไป เพื่อสร้างความสุขให้ตัวเอง มาตั้ง 5-6 ปี

เราเคยกล่าวโทษเอ็นข้อเท้าเรานะ น้ำตาไหลด้วย ว่าทำไมแกอ่อนแอจังวะ ทำไมแกไม่เป็นเหมือนเอ็นชาวบ้านเค้า...วันนี้เราซึ้งแล้ว เราเอาแต่เรียกร้องโดยไม่ตอบแทน ไม่ดูแล ที่สำคัญคือ ไม่เห็นความดีของมัน มองย้อนกลับไปสิ เวลา 99.9999% ของชีวิต ทุกองคาพยพในร่างกายต่างทำงานของตัวเองอย่างเต็มที่ที่สุด ให้เรามีชีวิตรอด หรือแม้แต่ไล่ตามฝัน แต่เรากลับเอาเวลา 0.0001% ที่มันป่วยไข้ มากล่าวโทษมัน ทั้งที่เอาเข้าจริง ความป่วยไข้นั้น เราเป็นคนทำขึ้นมาทั้งสิ้น

วันนี้เรากอดคอคุยกับเอ็นใต้ตาตุ่มและร้อยหวายเท้าขวา สัญญากับมันว่า ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ไม่ต้องเป็นห่วง...เรารักแกเสมอ

Weekly Mileage 56.39 กม. 

Monday, April 20, 2015

การฝึกซ้อมพัทยามาราธอน สัปดาห์ที่ 3 | 4 comments:



ตารางฝึกซ้อมพัทยามาราธอน สัปดาห์ที่ 3
คลิกที่รูปเพื่อขยาย

วันจันทร์ที่ 13 เมษายน 2558: โยคะหรือพิลาทีส ไม่กำหนดเวลา

ผลการฝึกซ้อม: ไม่ได้ซ้อม เพราะเอาเวลาไปวิ่งยาวซ่อมตารางเมื่อวานแล้ว
=====================================

Friday, May 10, 2013

คำประกาศอิสรภาพต่อความบาดเจ็บ | 12 comments:

ประกาศไว้ ณ วันจันทร์ แรม ๑๑ ค่ำ เดือนห้า(๕) ปีมะเส็ง จุลศักราช ๑๓๗๕ (หลังงานวิ่งอัลตร้าฯ 1 วัน) ว่าบัดนี้ข้าพเจ้า OOR ได้หลุดพ้นจากความบาดเจ็บ (injury) ทั้งปวงอันเกี่ยวเนื่องกับการวิ่งมาครบรอบ 1 ปีเต็มแล้ว

ในวาระนี้ ข้าพเจ้าจึงขอประกาศตนเป็นไทต่อการบาดเจ็บ และเริ่มต้นชีวิตนักวิ่งในปรัชญา Injury Free เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมาย Run for Life หรือการวิ่งอย่างยั่งยืน-ตลอดชีวิต สืบไป

งานวิ่ง อัลตร้ามาราธอน สนามหลวง 2556
ขอบคุณภาพจากน้องอรรถ RBKS

Tuesday, August 7, 2012

race 26: back on track | 6 comments:

วิ่งผลัด 2:30 ชม. Ultra Marathon สวนพฤกษ์ 2012

เป้าหมายที่ชัดเจน ท้าทายแต่เป็นไปได้ และความต้องการที่จะบรรลุเป้าหมายนั้นอย่างไม่มีอะไรมาเทียบเทียม (กำลังพยายามอธิบายคำภาษาอังกฤษว่า No compromise) สองสิ่งนี้เราบอกแก่เพื่อนนักวิ่งหน้าใหม่หลายๆคนที่กำลังฝึกเพื่อเพิ่มระยะทางขึ้นสู่ระดับมินิมาราธอนหรือฝึกเพื่อสถิติใหม่อยู่เสมอ เพื่อเป็นคาถาสำหรับก้าวข้ามอาการท้อแท้ หรือหมดไฟในการวิ่ง นอนนิ่งจมปลัก ไม่ได้จำใครมาแต่เป็นประสบการณ์ตรงที่พบและผ่านมาแล้วหลายครั้งหลายหนในระยะเวลาเกือบ 2 ปีของชีวิตการเป็นนักวิ่งของเรา



Tuesday, May 29, 2012

โรคของนักวิ่ง: เป็นไข้เพราะเล็บขบ | 5 comments:

เคยภูมิใจนักหนาว่าตั้งแต่วิ่งมา 1 ปีกับอีก 6 เดือน เราไม่เคยเป็นหวัดเลย ไม่ว่าจะระบาดในที่ทำงานหรือเกิดกับคนในครอบครัวที่ใกล้ชิดซักกี่ครั้ง เราก็รอดเสมอ ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้เราเป็นหวัดง่าย เป็นบ่อย เป็นนาน เคยคิดเล่นๆว่า ชีิวิตนี้ถ้ายังคงวิ่งอยู่ จะมีเงื่อนไขหรือการระบาดครั้งไหนน้าที่จะทำให้เชื้อหวัดเอาชนะภูมิต้านทาน เข้ามาปักธงในตัวเราได้

และแล้วในเช้าวันหนึ่ง เราก็ตื่นขึ้นมาพร้อมกับความรู้สึกว่า วันนั้นได้มาถึงแล้ว เรามีไข้ต่ำๆ รู้สึกเหนื่อยในอกแบบบรรยายไม่ถูก ซึ่งเราคุ้นเคยดีว่า อีกไม่นานมันต้องตามมาด้วยอาการที่แถวขอนแก่นบ้านเราเรียกว่า "ขี้มูกกื้ด" นั่นคือ มีน้ำมูกใสไหลพรั่งพรูจนต้องคอยสูดกลับจนเกิดเสียงดังกื้ดๆ  แล้วจากนั้นจะหนักขึ้นหรือทรงๆก็แล้วแต่ความโหดของเชื้อโรคและความแข็งแรงของร่างกาย ไปลุ้นต่อเอาเอง


Thursday, June 16, 2011

การบริหารมือและข้อมือ หลังจากถอดเฝือก | 21 comments:

ต้องพยายามฝืนทำให้บ่อยเท่าที่จะนึกได้ ก่อนการบริหารอาจนวดด้วยเจลที่ให้ความร้อนเพื่อช่วยคลายกล้ามเนื้อให้ยืดหยุ่นขึ้น หมอสั่ง corilax ให้กิน 3 เวลาหลังอาหารเพื่อช่วยคลายเส้นเอ็นด้วยอีกทาง 

ภาพนิ่ง
ท่าบริหารมือ และข้อมือ, ถอดเฝือก, แขนหัก

หนึ่งเดือนกับแขนเดียว ภาค mission | 2 comments:

จันทร์ที่ 16 พ.ค. แขนหัก
พุธที่ 18 พ.ค. เข้าเฝือก

วันที่ 8 หลังจากเข้าเฝือก เริ่มออกกำลังกายเบาๆ ด้วยการปั่นจักรยานในยิม อย่างต่ำวันละ 40 นาที
วันที่ 11 หลังจากเข้าเฝือก เพิ่มการเดินบนสายพานด้วยความชัน 6% ความเร็วระหว่าง 6.0-6.5 km/h เพื่อให้หัวใจขึ้นถึงระดับ >150 bpm รวมแล้วออกกำลังอย่างต่ำวันละ 1 ชั่วโมง
วันที่ 21 หลังจากเข้าเฝือก เพิ่มการวิ่งบนสายพาน ความเร็วระหว่าง 7.0-8.0 km/h รวมแล้วออกกำลังกายอย่างต่ำวันละ 1.5 ชั่วโมง




หมายเหตุ การออกกำลังกายในขณะใส่เฝือกต้องอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์นะคะ อ่านเพิ่มเติมได้ที่โพสต์ ใส่เฝือกอยู่จะวิ่งได้มั้ย

พุธที่ 15 มิ.ย. ถอดเฝือก วัดอัตราการเต้นหัวใจขณะพักได้ 59 bpm เท่ากับก่อนบาดเจ็บ ลองวิ่งด้วยความเร็ว 6:40 นาที/กม. พบว่าอัตราการเต้นของหัวใจไม่แตกต่างจากก่อนบาดเจ็บ

สรุป mission complete 


Thursday, June 9, 2011

ใส่เฝือกอยู่จะวิ่งได้มั้ย | 7 comments:


สำหรับนักวิ่ง การต้องหยุดวิ่งไม่ว่าจะด้วยอาการบาดเจ็บใดๆ ช่างเป็นเรื่องที่แสนทรมาน นักวิ่งมักถูกชักนำจากความเป็นห่วงความฟิตของตนเอง หรือไม่ก็จากสารแห่งความสุขอย่างเอนโดฟิน ให้พยายามหาหนทางกลับมาวิ่งให้เร็วที่สุด 

เป็นที่รู้กันอยู่แล้วว่าในกรณีที่บาดเจ็บกล้ามเนื้อและเส้นเอ็นเนื่องมาจากการวิ่ง เราจะต้องหยุดวิ่งและรักษา(หรือปล่อยไว้เฉยๆรอมันเยียวยาตัวเอง)ให้หายเสียก่อน จากนั้นควรพักต่ออีกเป็นเวลาเท่ากับที่บาดเจ็บมา  แต่ถ้าเป็นการบาดเจ็บจากสาเหตุอื่น แต่ร้ายแรงถึงขั้นกระดูกหักจนต้องใส่เฝือกเลยล่ะ นักวิ่งจำเป็นต้องรอจนถอดเฝือก (ซึ่งอาจต้องใช้เวลาเป็นเดือนหรือมากกว่านั้น) และกระดูกเชื่อมกัน 100% (ซึ่งต้องใช้เวลาอย่างต่ำ 3 เดือน) เลยหรือไม่ ... ถ้าคุณเป็นนักวิ่งใจเย็นมากกก คุณจะรอถึงวันนั้นก็ได้ แต่นักวิ่งทั่วไปใจร้อนดังเหตุผลที่กล่าวมาแล้วข้างต้น และคงต้องการคำตอบแบบอื่นมากกว่า

Saturday, May 28, 2011

หนึ่งเดือนกับแขนเดียว ภาคกำเนิดอีสาวแขนเดียว (2) | No comments:

จากวันที่แขนหักจนถึงขณะนี้นับได้ 12 วันแล้ว เป็น 12 วันที่ผ่านไปอย่างแสนเชื่องช้า อาการปวดจากบาดแผลภายในหมดไปแล้ว เหลือเพียงอาการเจ็บแปล๊บๆเมื่อแขนเคลื่อนไหวในบางอิริยาบท ที่เกิดจากการเสียดสีกันของกระดูกส่วนที่หักทั้งสองฝั่ง ความเจ็บ ความลำบากในชีวิตประจำวันนั้นพอทนได้ แต่ชีวิตที่ต้องนั่งๆนอนๆและเคลื่อนไหวอย่างเชื่องช้ามันสุดจะทนจริงๆ เฝ้าแต่นับว่าเมื่อไหร่จะถึงวันที่ 18 มิ.ย.

Saturday, May 21, 2011

หนึ่งเดือนกับแขนเดียว ภาคกำเนิดอีสาวแขนเดียว | 5 comments:

***mission***  นับจากวันที่ 18 พ.ค. เป็นเวลาอีก 30 วันถ้วน (หวังว่าอย่างนั้น) ข้าพเจ้าจะต้องดำรงชีวิตอยู่ด้วยแขนขวาเพียงข้างเดียว และจะต้องพยายามรักษาระดับความฟิต (วัดจาก resting heart rate) ให้คงที่อยู่ที่ 59 bpm ให้ได้ โดยไม่ทำให้แขนซ้ายกระทบกระเทือน.... ข้าพเจ้าจะทำได้หรือไม่.... โปรดติดตาม update ด้วยใจระทึกพลัน!!!

flashback กลับไปเมื่อวันจันทร์ที่ 16 พ.ค. เวลาประมาณเที่ยง ณ ที่ทำการอุทยานแห่งชาติน้ำพอง จ.ขอนแก่น หลังจากพาพ่อแม่เดินไต่เขาระยะสั้นๆ เพื่อชมหินพิศดารต่างๆที่เป็นกิมมิกของอุทยานและถ่ายรูปกับป้ายอุทยานตามธรรมเนียมแล้ว เราเดินลงจากเนินหญ้าที่ตั้งป้ายด้วยอิริยาบทธรรมดา ไม่ได้รีบร้อนแต่อย่างใด อย่างไม่ทันตั้งตัว เพิ่งรู้สึกว่าพื้นหญ้าจุดที่เหยียบมันไร้แรงเสียดทานต่อพื้นรองเท้าอย่างสิ้นเชิง ส่งผลให้มวลขนาด 47 Kg หงายหลังลงมายังพื้นด้วยความเร่ง g = 9.8 m/s^2 ด้วยสัญชาติญาน เราจึงเอามือซ้ายเท้าพื้น ดังนั้น ณ วินาทีปะทะจึงเกิดแรง F = 460.6 N กระทำต่อมือซ้ายของเรา ส่งผลให้กระดูกแขนอันค่อนข้างบางอยู่แล้วหักกร๊อบในทันทีทันใด เรายังไม่รู้ตัวจนกระทั่งชักแขนมาดู คุณพระ!! แขนและหลังมือที่ควรมีระนาบเดียวกัน ตอนนี้กลายเป็นแขนเล่นระดับไปเสียแล้ว ดูดีมีรสนิยมเหลือเกิน กระนั้นเราก็ยังคิดเข้าข้างตัวเองว่ามันแค่เคลื่อน ไม่ได้หัก เพราะไม่ได้ปวดขนาดต้องร้องโอดโอยเหมือนที่เห็นนักบอลเป็น เวลาแขนขาหักคาสนาม เดี๋ยวหมอดึงกรึ๊บเดียวก็โอเคแล้วม้าง

Friday, April 22, 2011

เจ็บ | 9 comments:

เราเคยเจ็บมาหนนึงแล้วตอนพยายามเปลี่ยนท่าวิ่งเป็น forefoot ด้วยความไม่รู้ว่าจะต้องฝึกกล้ามเนื้อร่วมด้วย ทำให้เราเจ็บไปทั้งขา ไล่ตั้งแต่ข้อเท้า หน้าแข้ง หลังขาอ่อน แต่ครั้งนั้นพักประมาณ 5 วันก็หาย เรากลับมาวิ่งท่าเดิม และเริ่มวิ่งหนักขึ้นเรื่อยๆ เราเริ่มมีเจ็บเข่าบ้างนิดหน่อย แต่ก็ยังฝืนวิ่งโดยเปลี่ยนท่าวิ่งให้เซฟเข่ามากขึ้น (แม้ท่าจะดูแย่ก็ตาม) อาการก็ค่อยๆทุเลาลงและหายไปในที่สุด อุตส่าห์โล่งใจว่าต่อไปคงวิ่งได้อย่างไม่ต้องกังวลเรื่องความบาดเจ็บอีกแล้ว ไม่คิดเลยว่าจะมาเจ็บอีกครั้ง

Thursday, December 16, 2010

วิธีผูกเชือกรองเท้าวิ่ง สำหรับการบาดเจ็บที่เท้าแบบต่างๆ | 8 comments:

1) มีเท้าแบบ High arch ทำให้เมื่อใส่รองเท้าวิ่งทั่วไปแล้วมักมีจุดหนึ่งบนหลังเท้าที่โดนเสียดสีตลอดเวลา ทำยังไงดี





Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...
Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...