วันพฤหัสบดีที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2554

race 10: สวยโหด | 4 ความคิดเห็น:

อ่าวดงตาลมินิ-ฮาล์ฟมาราธอน 2011


ชื่อโพสต์มิได้หมายถึงข้าพเจ้าแต่อย่างใด เพราะข้าพเจ้าน้าน สวย อ่อนแอ บอบบาง น่าทนุถนอม (ขอไม่วงเล็บว่า ฮี่ ฮี่ หรือ เอิ๊ก เอิ๊ก เพราะอันนี้เป็นเรื่องจริงแท้แน่นอนร้อยเปอร์เซนต์ ไม่ได้ล้อเล่นแม้สักกระผีก...เชื่อมั้ยอ้ะ ^ ^) แต่เป็นคำจำกัดความของเส้นทางวิ่ง half marathon ครั้งแรกในชีวิตของเราที่อ่าวดงตาลนั่นเอง


ได้ยินกิตติศัพท์ความโหดของเส้นทางมาตั้งแต่ก่อนวิ่งแล้ว ถึงกับโดนทักว่าถ้ามาวิ่งในงานนี้แล้ว ร่างกายจะฟื้นฟูเืพื่อลงวิ่งผลัดในงานอัลตรามาราธอน (ซึ่งจัดอีกหนึ่งเดือนข้างหน้าโน่น)ทันเหรอ งึมๆ ทันจิคะ ไม่ต้องห่วง จะถนอมตัวสุดๆเลยคร่า เลยกลับมาวางกลยุทธการวิ่งแบบเซฟๆ ว่า...เอานะ เดี๋ยว 10 กม.แรกข้าพเจ้าจะวิ่งซัก 6:20 จากนั้นถ้าทำได้จะพยายามเพิ่มเป็น 6:10 หรือน้อยกว่า แล้วพอใกล้ๆเข้าเส้นชัยนะ ข้าพเจ้าจะเปิดก๊อกพิเศษ speed สุดชีวิต คาดว่า 22.6 กม. คงใช้เวลาไม่เกิน 2:20 ชั่วโมงแน่นอน ลั้ลลาๆ

แต่ชีวิตไม่ง่ายแบบนั้น เพราะอ่าวดงตาลไม่ใช่สวนลุมที่นึกจะคุมความเร็วที่เท่าไหร่ก็ทำได้อย่างใจคิด (ยกเว้นเจอเด็กเล่นสเก็ตขวางทาง) แค่ออกจากจุดสตาร์ท 2 กม. ก็เจอเนินสั้นๆมาเรียกน้ำย่อยเสียแล้ว ไอ้ที่วางแผนไว้ว่าถ้าเจอเนินจะไม่สนความเร็วละ ดูที่หัวใจไม่ให้เกิน 158 แทน...มันทำไม่ด้ายยยย คนเราพอเข้าสู่การแข่งขันซะแล้ว มันก็ต้องมีไขว้เขวต่อนักวิ่งรอบข้างบ้างเป็นธรรมดา จะให้ค่อยๆไต่เนินแบบไม่สนใจใครมันเป็นไปไม่ได้จริงๆ หัวใจจึงทะลุขึ้นไปที่ 160 นิดๆในที่สุด แต่ก็นับว่ายังโชคดีที่อากาศวันนี้ (จริงๆคือในช่วงเวลานี้) เป็นใจ อุณหภูมิเย็นสบาย ไม่มีแดดทั้งวัน เป็นที่ฮือฮากันมากว่าเกิดมาไม่เคยเจอฤดูหนาวปลายเดือนมีนาคมเบบนี้ ดังนั้นแม้จะเหนื่อยเกินกว่าที่ตั้งใจไว้ ก็ยังวิ่งได้อย่างไม่มีปัญหา



หลุดจากเนินสั้นเข้าสู่ทางเลียบเขา ด้านขวามือเป็นพื้นที่โล่งสุดลูกหูลูกตา เห็นทะเลอยู่ข้างล่างไกลลิบๆ ลมทะเลพัดมาให้ความสดชื่นเป็นระยะ ทำให้การไต่เนินยาวเลียบเขาเป็นการวิ่งที่มีความสุขยิ่งนัก นึกรักการวิ่งฮาล์ฟขึ้นมาทันที...อย่างนี้นี่เอง..."การวิ่งชมนกชมไม้ ได้ซึบซับบรรยากาศสองข้างทาง" อย่างที่เคยได้ยินมา เพราะเราเคยแต่วิ่งมินิ ชินกับการวิ่งไม่ลืมหูลืมตามาตลอด จะสังเกตข้างทางบ้างก็เล็กน้อย เหนื่อยอยู่ฟุ้ย ไม่มีอารมณ์จะสุนทรีย์อะไรทั้งนั้น

สุดทางอันแสนรื่นรมย์นั้นเอง เส้นทางก็กลายเป็น off road ดูไม่ออกว่าตั้งใจให้เป็นหรือเพราะถนนเก่าจนผุ ที่โหดกว่านั้นก็คือมันเริ่มชันขึ้นเรื่อยๆ คนที่วิ่งสวนลงมาให้กำลังใจว่าอีกนิดเดียวก็ถึงแล้ว ได้ยินแล้วนึกถึงเวลาไปเที่ยวน้ำตก ตอนสวนลงมาเราก็ชอบหลอกชาวบ้านว่าอีกนิดเดียวเหมือนกัน 555+ เราก็วิ่งชิวๆขึ้นไป อาศัยก้าวสั้นๆตามบทความที่พี่ย้งเอามาลง ในที่สุดก็มาถึงจุดชมวิวที่เรียกกันว่าแหลมพรหมเทพ 2 ว้าว!!! มันสวยสุดยอดจริงๆค่ะ ยิ่งมีตัวคูณท่ายากแบบนี้ยิ่งดูสวยเข้าไปใหญ่ ลมกรรโชกมาเย็นยะเยือก พัดเอาความเหน็ดเหนื่อยที่ต้องไต่เนินขึ้นมาออกไปเสียหมดสิ้น แต่ไม่มีเวลาชื่นชมนานนักเพราะยังไงก็ยังห่วงทำเวลาอยู่ เราแวะดื่มน้ำแล้ววิ่งลงเนินด้วยตำราเดิมอย่างมุ่งมั่นโดยไม่ลืมที่จะหลอกคนอื่นว่า...เหลืออีกนิดเดียวค่ะ...อิอิ

หลังจากผ่านเนินยาวเลียบเขาเส้นเดิมเราก็เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ stage ท่าเรือ ฉากของ stage นี้ไม่มีอะไรหวือหวา เป็นทางเรียบๆยาวๆเอาไว้ให้ทำความเร็ว เป็น stage ที่ไม่มีบอส มีแต่ไอเท็มให้เก็บ อันได้แก่ยางวงที่เป็นสัญญลักษณ์ของจุดกลับตัว ที่สุดทางมีเรือหลวง 2 ลำ จำชื่อได้ลำเดียวคือเรือจักรีนฤเบศร์ เอาไว้ให้วิ่งผ่านเพื่อเป็นแบ็คกราวน์ของรูปเฉยๆ ไม่ได้ให้วิ่งขึ้นไปอย่างที่นักวิ่งบางท่านจินตนาการแต่อย่างใด ใน stage นี้นักวิ่งคงทำเวลากันได้ดีทีเดียว เราก็เหมือนกัน

หลังจากเลี้ยวซ้ายกลับสู่เส้นทางหลักเลียบเขา แทนที่จะวิ่งต่อไปย้อนเส้นเดิมตอนขามา พี่ทหารนึกยังไงก็ไม่ทราบ จึงกำหนดเส้นทางแยกขึ้นไปที่ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเลแทน แต่...เช้าอย่างงี้คงไม่ใครมาเปิดบ่อเต่าให้ดู หรือถึงเปิด นักวิ่งก็คงไม่อาร์ทขนาดวิ่งไป ชะโงกดูเต่าไปเป็นแน่ การแยกขึ้นไปจึงเป็นเพื่อการใดไปไม่ได้เลยนอกจากหลอกให้นักวิ่งไปเจอบอสนั่นเอง ฮ่าฮ่าฮ่า มันคือเนินปราบเซียน หรือที่ใครก็ไม่รู้เรียกกันว่าเนินเต่าๆๆๆ (ถึงตรงนี้กรุณาทำเสียงเอคโค่ประกอบ)

ข้าพเจ้านั้น หลังจากที่ขาล้าเต็มทีจากการไต่เนินสั้นๆ ประเภทมินิบอส ไหนจะต้องพยายามแข่งกับคุณลุงรุ่น 65 ท่านหนึ่งจากดอกบัวคู่ (ขอชมว่าคุณลุงหุ่นเท่ และท่าวิ่งเท่มาก) พอมาเจอเนินเต่าเข้า สิ่งแรกที่สมองสั่งการคือ...หัวเราะ...ไม่รู้ทำไม มันสะใจบอกไม่ถูก ไม่นึกว่าการวิ่งฮาล์ฟครั้งแรกในชีวิตจะครบรสขนาดนี้ ภาพของเราที่คุณพี่ชายจิมตั้งกล้องถ่ายนักวิ่งกลางเนินเต่าจึงออกมาเหมือนคนเพี้ยนๆหัวเราะกับตัวเองก็เป็น...แบบนี้

ที่เห็นเนี่ยกำลังวิ่งอยู่นะ ไม่ได้เดิน ขอบอก แต่ด้วยความเร็ว 10 นาที/กม. ฮ่าๆๆ

ผ่านบอสมาได้ก็โล่งแล้ว แต่ไอ้ที่หวังไว้ว่าจะเปิดก๊อกพิส่งพิเศษอะไรเนี่ย ลืมไปเสียเถอะ แค่ประคองตัวให้ถึงเส้นชัยก็เก่งแล้ว ขอบคุณคุณลุงดอกบัวคู่ที่เป็นเป้าให้หนูเกาะตั้งแต่ท่าเรือมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ แล้วที่จะลืมเสียไม่ได้คือขอบคุณทีมผู้จัดงานและพี่ทหารทุกท่านที่ดูแลนักวิ่งเป็นอย่างดีตลอดเส้นทาง ปีหน้าถ้าจัดอีกก็จะพยายามไปให้ได้เลยค่ะ ประทับใจจริงๆ


4 ความคิดเห็น:

  1. นึกว่าพี่จะไม่มีแรงเขียนซะแล้ว
    วันนี้ไปวิ่งชิวๆ มา ปรากฎว่ารู้สึกไม่สบาย ต้องเลิกวิ่งกลางคัน
    กลับห้องมา หายากินซะหน่อย

    ตอบลบ
  2. อากาศเปลี่ยนแปลงคนป่วยกันเยอะ
    ทำร่างกายให้อบอุ่น ดื่มน้ำอุ่นเยอะๆ หายไวๆเน้อ

    พี่รอรูปอยู่ งานนี้ไม่เขียนไม่ได้ ประทับใจมากมายค่ะ ^ ^

    ตอบลบ
  3. ระหว่างวิ่งมีคุยโทรศัพท์ด้วย อารมณ์ดีเจงๆ..^^

    ตอบลบ
  4. มันคือ walkman ไร้สายค่ะคุณโจ้
    ตอนนั้นมันจะหลุดออกจากหูพอดี ก็เลยจับให้เข้าที่เข้าทาง
    แต่ก็อารมณ์ดีจริงๆค่ะ หัวเราะให้กับความโหด ^ ^

    ตอบลบ

*************************************************************************************
ผักกาดๆ ถ้าข้อความไม่ขึ้น นั่นแปลว่า blog คิดว่าข้อความของท่านเป็น spam ไม่ต้องกังวลค่ะ comment เหล่านี้จะตกไปอยู่ที่กล่อง spam รอให้เจ้าของ blog มาตรวจสอบ (ก็คือเรานั่นเอง ^ ^)
*************************************************************************************

Google+ Badge

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...