วันพฤหัสบดีที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2553

งานวิ่งครั้งแรกในชีวิต กรุงเทพมาราธอน 2010 | 2 ความคิดเห็น:

ไปแข่งมาแล้วค่ะ กรุงเทพมาราธอน (แต่ลงรุ่นมินิมาราธอน 10 km นะคะ อิอิ)
เป็นการแข่งวิ่งครั้งแรกของเรา เลยอยากนำมาเล่าสู่กันฟัง
เผื่อใครอ่านแล้วเกิดแรงบันดาลใจ คราวหน้าจะได้ไปวิ่งด้วยกันเนาะ

หลังจากสมัครทางเน็ตเรียบร้อย เนื่องจากรายการนี้เป็นรายการใหญ่คนเยอะ เลยต้องมีการแยกวันรับเสื้อและเบอร์ออกมาล่วงหน้า
ส่วนวันวิ่งจะไม่มีการรับสมัครหน้างานใดๆทั้งสิ้น
เราไปรับในตอนเย็นของวันสุดท้าย เลยเหลือแต่เสื้อเบอร์ L ใหญ่โพดๆ ใส่ไม่ได้แน่นอน
น่าเสียดายเพราะเสื้อดูน่าจะใส่สบาย และวันแข่งคนส่วนมากเค้าก็ใส่เสื้อนี้กันทั้งนั้น
เป็นอุทาหรณ์ว่า วันแจกเสื้อแจกเบอร์ ให้ไปตั้งแต่เช้าของวันแรก

เสื้อวิ่ง, กรุงเทพมาราธอน 2010, กรุงเทพมาราธอน 2553



กำหนดปล่อยตัว 6 โมง 15 แต่เราตื่นเต้น กว่าจะนอนปาเข้าไปตี 1
ตื่นตี 4 มาแบบสะโหลสะเหล เพราะต้องมีเวลากินก่อนวิ่งซัก 2 ชั่วโมง กลัวจุก
จัดกาแฟดำไปหนึ่งแก้ว กับคุกกี้ธัญพืช
ขอบคุณน้องบัวสำหรับคุกกี้ที่ใช้เป็นพลังงานให้เราในการวิ่งครั้งนี้ด้วยค่ะ

ไปถึงสนามหลวง 5.45 น.
เลยเดินเร็วเพื่ออบอุ่นร่างกาย พอ 6 โมงก็ไปรอที่จุดปล่อยตัว
คนเยอะมากกกกก ส่วนใหญ่มากันเป็นกลุ่ม บางคนมากันเป็นชมรมมีเสื้อทีมเป็นของตัวเอง อยากมีแบบนี้บ้างจัง
ระหว่างรอปล่อยตัวก็ยืดกล้ามเนื้อไปพลางๆ ตื่นเต้นๆๆ
จากรูปจะเห็นว่าเราไม่ไปเบียดกับชาวบ้านที่หน้าจุดสตาร์ทนะคะ เป็นมารยาทว่า ที่ตรงนั้น ปล่อยพวกที่เค้าอยากทำสถิติอยู่กันไป
จุดสตาร์ทระยะมินิมาราธอน, กรุงเทพมาราธอน 2010

ได้ยินสัญญานปล่อยตัวแล้ว แต่เนื่องจากคนเต็มพื้นที่ ในตอนแรกจึงเคลื่อนที่ไปอย่างช้าๆ ถือเป็นการ warm up ไปโดยปริยาย
ซัก 300 เมตรถึงทำความเร็วได้ เราก็วิ่งไปตามที่ซ้อมมา (ประมาณ 8-8.3 km/h)
แต่เนื่องจากถนนดีกว่าถนนที่เราใช้ซ้อมมาก (ชอบจัง) เผลอหน่อยเดียววิ่งอยู่ที่ 9.2 ซะแล้ว ในขณะที่ความเหนื่อยเท่าตอนซ้อม เห็นแววดีอยู่รำไร

การวิ่งนี้เขาปิดถนนให้วิ่งเลยค่ะ เพราะเป็น Tournament ระดับประเทศ
สะพานปิ่นเกล้าจึงเป็นของพวกเรา
สะพานปิ่นเกล้า กรุงเทพมาราธอน 2010

สะพานพระราม 8 ก็เป็นของพวกเรา (รูปมืดขออภัยด้วย เราถ่ายจากมือถือค่ะ)
พระอาทิตย์ขึ้นที่สะพานพระราม 8 กรุงเทพมาราธอน 2010

วิ่งสบายเพราะถนนดี แถมพอได้วิ่งกับคนเยอะๆก็ยิ่งมีแรงฮึด ว่าเราต้องเกาะเค้าไปให้ได้
(ยิ่งถ้าแซงได้ก็ยิ่งสะใจ โดยที่เค้าไม่ได้รู้ตัวเล้ย ว่ามีคนกำลังวัดฝีเท้าอยู่ 555+)
มีจุดให้น้ำทุก 2 กิโลเมตร เราก็ทำตามที่อ่านในเว็บวิ่งมาว่า มือใหม่ควรกินน้ำในทุกๆจุดให้น้ำ
ให้จิบๆก็พอ แล้วเอาที่เหลือล้างเหงื่อ ล้างตัวลดความร้อนของร่างกาย และถือเป็นการผ่อนฝีเท้าเพื่อพักเหนื่อยด้วย
มีเส้นทางที่วิ่งร่วมกับกลุ่มที่แข่ง full marathon เป็นระยะ
ทางแยกระหว่างนักวิ่งมินิมาราธอนและนักวิ่งฮาล์ฟ+ฟูลมาราธอน
เวลาถึงทางแยก แล้วเห็นนักกีฬากลุ่มนั้นแยกออกไปแล้วทำให้รู้สึกว่า คอยดูนะ...แข่งคราวหน้าฉันต้องแยกไปทางโน้นบ้างให้จงได้
ก็มันเท่ชะมัดเลย (แต่ครั้งนี้ขอเลี้ยวขวาอย่างเจียมเนื้อเจียมตัวก่อนนะ 555+)

วิ่งเพลินๆ ไม่เหนื่อยเลยแต่ร้อนชะมัด ก็ถึงเส้นชัยซะงั้น
เป็นจุดเดียวกับที่ปล่อยตัวนั่นเองแต่คนละด้าน


ก่อนเข้าเส้นชัย มินิมาราธอน กรุงเทพมาราธอน 2010
รีบหยุด timer เพื่อดูสถิติ สำหรับการวิ่งครั้งแรกในชีวิต
เกินความคาดหมาย ดีกว่าที่ซ้อม และดีกว่าวิ่งบนลู่เสียอีก ทำเวลาไป 1:06:42 ชั่วโมง
นั่นคือวิ่งด้วยความเร็วเฉลี่ย 8.96 km/hr

เข้าก่อนเค้าเก็บเต็นท์ ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้
(เค้าให้เวลา 1.40 ชั่วโมง สำหรับกลุ่มมินิมาราธอน)
พอถึงเส้นชัยก็ไปเข้าคิวรับเหรียญที่ระลึกที่แจกมาพร้อมกับบัตรแลกโจ๊ก Mc Donald และผลไม้

บัตรแลกอาหารและผลไม้ กรุงเทพมาราธอน 2010
โจ๊ก Mc Donald อาหารหลังเข้าเส้นชัย กรุงเทพมาราธอน 2010
โจ๊กไก่อร่อยดี ไก่ที่ใส่รสชาติเหมือนไก่ไม่มีกระดูกที่เคยขายใน KFC เลย

ในสวนสราญรมย์ที่เป็นสถานที่จัดงานก็มีการตั้งเต็นท์แจกอาหาร มีทั้งก๋วยเตี๋ยว, ข้าวไข่พะโล้, ซาลาเปา, ข้าวหมูแดง, ข้าวมันไก่
อันนี้ไม่ต้องใช้บัตร เห็นคนมั่วมาแจมกินฟรีด้วย 555+
เราขี้เกียจต่อคิวเพราะเซ็งกับคนชอบแซงคิว (อายฝรั่งที่เค้ามาแข่งจัง) เลยได้ชิมก๋วยเตี๋ยวไก่ไปอย่างเดียว
ส่วนผลไม้ก็เป็นกล้วยหอมกับแอ๊ปเปิ้ล กินไม่ลงแล้ว เลยหิ้วกลับบ้านมาเชยชมพร้อมเหรียญที่ระลึก
เบอร์ติดหน้าอก และเหรียญมินิมาราธอน กรุงเทพมาราธอน 2010

Net Time: 67 นาที, ระยะทาง: 9.55 กิโลเมตร
ความเร็วเฉลี่ย: 7:01 นาที/กิโลเมตร

2 ความคิดเห็น:

  1. น้องม้วน4 มกราคม 2556 19:54

    มาอ่านเรื่องของพี่ตอนเป็นรุกกี้ น่ารักอ่ะ
    กิกิกิ

    สถิติสนามแรกของพี่ยังดีกว่า PB ตอนนี้ของหนูอี๊กก
    >.<

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. มันมีความเป็นมา...น้องเอ๊ย (ทำไมช้านเป็นคนมีความเป็นมาตลอดแว้ story เยอะเหลือเกิ๊น)
      พี่ซ้อมบน treadmill จนวิ่งที่ความเร็ว 8.5 (กม./ชม.)ครบ 10 กม. ได้ก่อน แล้วค่อยตัดสินใจลงแข่ง

      ที่เป็นอย่างนี้เพราะเคยอ่านกระทู้ในพันทิป มีคนมาเล่าว่ากำลังฝึกวิ่งบน treadmill ตอนนี้ได้ความเร็ว 6 แล้ว
      แล้วก็มีไอ่คนใจร้าย(จำ login ไม่ได้แล้ว) มาโชว์พาวว่า "6 เค้าเรียกเดินครับ จะเรียกวิ่งต้องประมาณ 8"
      ตอนนั้นแทงใจดำพี่มาก เพราะพี่ก็วิ่งประมาณ 6 เหมือนกัน
      เลยตั้งใจว่า...เอาซี็้...ตรูจะวิ่ง 8 ให้ได้ และจะทำให้ดีกว่านั้นอีก
      ก็ฝึกอยู่ประมาณ 4 เดือน ถึงได้อย่างที่ตั้งใจ

      สถิิติสนามแรกเลยเป็นดังที่เห็นนี่แล

      ลบ

*************************************************************************************
ผักกาดๆ ถ้าข้อความไม่ขึ้น นั่นแปลว่า blog คิดว่าข้อความของท่านเป็น spam ไม่ต้องกังวลค่ะ comment เหล่านี้จะตกไปอยู่ที่กล่อง spam รอให้เจ้าของ blog มาตรวจสอบ (ก็คือเรานั่นเอง ^ ^)
*************************************************************************************

Google+ Badge

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...