วันพุธที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2556

ประสบการณ์เมื่อข้าพเจ้าไปทดสอบ VO2max (1) | 9 ความคิดเห็น:

ใฝ่ฝันมาตั้งแต่เมื่อครั้งหัดวิ่งใหม่ๆ แล้ว ว่าอยากเข้าเครื่องทดสอบ VO2max แบบในสารคดีฝรั่ง เคยได้ยินมาว่าในเมืองไทยก็มี โดยจะอยู่ตามภาควิชาพละศึกษาในมหาลัย แต่ไม่รู้ว่าจะเข้าไปขอทดสอบได้ยังไง แล้ววันหนึ่ง ไม่ทราบว่าจะเป็นด้วยกฏแห่งแรงดึงดูดตามที่หนังสือ The Secret ว่าไว้หรือเป็นเพราะโชคชะตา โอกาสนั้นก็มาถึงอย่างไม่ทันตั้งตัว คุณหมอหมี จากเพจ DrCarebear Samitivej โรงพยาบาลสมิติเวช ได้เชิญเราและเพื่อนอีก 4 คน ไปทดสอบฟรี โดยที่พวกเรา 5 คน ถือเป็น "ชาวบ้าน" กลุ่มแรกที่ได้ลองของ เพราะที่ผ่านมามีแต่นักกีฬาตัวจริงมาใช้บริการทั้งนั้น

ทดสอบ VO2max, โรงพยาบาลสมิติเวช


อันว่า VO2max คืออะไร มีความสำคัญอย่างไร สามารถเข้าไปอ่านรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ของ รพ.สมิติเวช  แต่เราขออธิบายสั้นๆดังนี้

VO2max คือปริมาตรของออกซิเจนที่คนๆหนึ่งสูดเข้าไปได้สูงสุดในช่วงเวลา 1 นาทีหารด้วยน้ำหนักตัว (เพื่อให้สามารถเทียบกันได้ระหว่างคนที่มีรูปร่างต่างกัน)  คนเราเมื่อเหนื่อยมากขึ้น ก็จะสูดออกซิเจนมากขึ้น ดังนั้น ถ้าอยากรู้ว่าสูดได้สูงสุดเท่าไหร่ก็ต้องสร้างสภาวะที่ทำให้ร่างกายเหนื่อยสุดๆ จนไปต่อไม่ไหวแล้ว ซึ่งก็คือการทดสอบที่จะได้เห็นต่อไปในคลิปนั่นเอง

VO2max มีความสำคัญอย่างไร? สำหรับนักกีฬาประเภทที่ต้องใช้ออกซิเจนมากๆ (Aerobic Exercise) เช่นกีฬาเกี่ยวกับความอึดต่างๆ อาทิ วิ่งมาราธอน ปั่นจักรยาน การที่ใครคนหนึ่งสามารถสูดออกซิเจนได้เก่งกว่า ก็แสดงว่ามีศักยภาพที่จะเล่นกีฬาประเภทนี้ได้เก่งกว่า อึดกว่า ดังนั้นค่านี้จึงเป็นดัชนีที่ใช้วัดได้ว่าใครมีศักยภาพมากกว่ากัน ส่วนเอาเข้าจริง จะเก่งกว่ามั้ย มันก็ขึ้นอยู่กับการฝึกซ้อม การกินอยู่ สภาพร่างกายและจิตใจ

VO2max สามารถเพิ่มขึ้นได้ด้วยการฝึกฝนที่เหมาะสม (เช่นที่พี่กล้วยปั่นเคยแนะนำไว้ในโพสต์เรื่อง การเพิ่ม VO2max ในเพจเรื่องวิ่งเรื่องกล้วย) ดังนั้นแม้เราจะไม่ใช่นักกีฬามืออาชีพ ประเภทที่ต้องคัดตัวกันด้วยค่าความอึด แต่เราก็สามารถใช้ VO2max เป็นดัชนีวัดความสำเร็จของการฝึกฝนได้

VO2max, วิธีฝึก

ในวันที่ทดสอบ คุณหมอแนะนำว่าควรงดอาหารมื้อใหญ่ก่อนประมาณ 3 ชั่วโมง เพื่อให้ไม่ถูกรบกวนจากอาการจุกหรือการขย้อนของเก่า ซึ่งอาจเกิดขึนได้ถ้าเหนื่อยมากๆ แต่เราก็มิได้นำพา จัดอาหารชุดใหญ่ก่อนทดสอบเพียง 15 นาทีเท่านั้น ^ ^"

เปลี่ยนชุดและรองเท้าให้เหมาะสมแก่การวิ่งเรียบร้อยก็ได้เวลาขึ้นเขียง เพื่อนผู้ชาย 3 คนก่อนหน้าเราต้องถอดเสื้อและให้คุณพยาบาลแปะอิเลคโทรด มีสายระโยงระยางต่อเข้าคอมพิวเตอร์เพื่อวัดอัตราการเต้นของหัวใจ แต่สำหรับผู้หญิง คุณหมอลองให้ใช้ Heart Rate Monitor แบบคาดอก ซึ่งส่งข้อมูลแบบ wireless จะได้ไม่ต้องถอดเสื้อ

จากนั้นน้องพยาบาลก็เอาที่ครอบปาก+จมูก มาให้เราสวมให้แนบกับหน้ามิดชิดเพื่อไม่ให้อากาศลอดออกมา ดูเผินๆคล้ายตัวเองเป็นฮันนิบาล เล็คเตอร์ จากที่ครอบปากจะมีท่อต่อเข้าเครื่อง เพื่อวัดปริมาณออกซิเจน และคาร์บอนไดออกไซด์ที่เราใช้และปล่อยออกมากับลมหายใจ ในภาพอาจดูอึดอัด แต่จริงๆก็หายใจสะดวกดีค่ะ ไม่ต้องฟืดฟาดๆ แบบดาร์ธ เวเดอร์แต่อย่างใด

หลังจากสอบถามอายุ น้ำหนักตัว และระดับ activity คร่าวๆ น้องพยาบาลก็ตั้งโปรแกรมให้มีความโหดเหมาะสมกับคนไข้(เค้าเรียกเราแบบนี้) โดยโปรแกรมของเราตั้งไว้ที่ 12 นาที ก่อนจะตัดการทำงานอัตโนมัติ (เดาว่าเจ๊คนนี้ต้องจอดก่อน 12 นาทีแน่นอน) ความเร็วเพิ่มแบบ linear ตั้งแต่ 6 ถึง 12 km/h ฟังตอนแรกนึกกระหยิ่ม เพราะแค่ pace 5 ข้าพเจ้าวิ่งจนจบแน่นอน หุๆๆ แต่ช้าก่อน!! คุณหมอมีท่ายากด้วยการเพิ่มความชันเข้าไปด้วย แบบ linear ตั้งแต่ 0-8% gradient !! อ๊ากกก รู้ชะตากรรมเลยว่าหนักแน่ เพราะเวลาแข่งวิ่งแล้วต้องไต่เนิน หัวใจกระฉูดนักแล น้องพยาบาลนัดแนะครั้งสุดท้ายว่า ถ้าไม่ไหวให้ยกมือ ถ้ายังไหวให้ชูนิ้วโป้ง ...แล้วการทดสอบก็เริ่มขึ้น


ความเหนื่อยในตอนที่ตัดสินใจหยุด ก็มากโขอยู่ ชนิดที่ต้องอ้าปากหอบตลอด ความถี่ 2 ก้าวต่อ 1 ครั้ง แต่มั่นใจว่าตอนวิ่ง 10K ช่วงจะเข้าเส้นชัยเราเคยเหนื่อยมากกว่านี้ แต่ที่ตัดสินใจหยุดเพราะขาล้าจากการไต่เนิน และอิ่มเกินไปอึดอัดไม่สบายตัว พาลกลัวว่าถ้าปล่อยให้เพิ่มความเร็วไปเรื่อยๆจะก้าวไม่ทัน ไหลตกจากสายพานหน้าทิ่ม เลยขอหยุดดีกว่า

เวลาที่เห็นในคลิปรวมช่วงเวลาวอร์มอัพ 1:30 นาทีไปด้วย แปลว่าเราหยุดที่ 11:20 นาที ณ จุดนั้นความเร็วสายพานอยู่ที่ 11.4 km/h ความชัน 6.25% gradient น่าเสียดายจริงๆ ถ้ากินให้น้อยกว่านี้ ใจสู้ให้มากกว่านี้ อาจจะถึกต่อไปจนจบโปรแกรมก็ได้ (ไม่ได้มีประโยชน์อะไร แค่ได้โชว์พาว 555+)

ผลการทดสอบพบว่าเราน่าจะอู้ 555+ เพราะค่า VO2max ของคนที่มีโพรไฟล์ประมาณเราน่าจะอยู่ที่ 42 (ไม่รู้เหมือนกันว่า predict จากพารามิเตอร์อะไรบ้าง) แต่เราทำได้เพียง 41 เท่านั้น อย่างไรก็ตาม เมื่อลองหาข้อมูล VO2max ของผู้หญิงทั่วไป ก็พบว่าความอึดของเราถือว่า Excellent แล้ว

VO2max ของผู้หญิงทั่วไป

ยังมีเรื่องที่อยากเล่าอีกเยอะ ทั้งผลการทดสอบและโปรแกรมการฝึกซ้อม แต่โพสต์นี้ชักยาวเกินไปแล้ว ขอจบแค่นี้ก่อน มีเวลาจะมาเล่าต่อนะคะ ถ้าสนใจอยากรู้ พี่กล้วยหอมซึ่งเข้ารับการทดสอบเช่นกันได้เล่าไว้อย่างครบถ้วนแล้วที่นี่ เชิญตามไปอ่านกันได้ค่ะ

สนใจภาคอื่นๆ อ่าน:
ประสบการณ์เมื่อข้าพเจ้าไปทดสอบ VO2max (2)

สนใจการทดสอบความฟิตด้วยตัวเอง อ่าน:
ทดสอบความฟิตด้วย recovery heart rate
รีวิวนาฬิกา Wellograph

9 ความคิดเห็น:

  1. บทความนี้เยี่ยมสุดๆ เลย ตอบคำถามได้หมด ขอบคุณอาจารย์มากๆ ค่ะ กรุณาถ่ายวิดีโอมาให้ดูอย่างชัดเจน
    น้องพยาบาลมามุงดูหลายคนจัง ถ้าไปวิ่งเหลือแต่ sport bra คงเขินมากๆ หลับตาวิ่งดีกว่า ^^"

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ขอบคุณค่ะหลิน ^ ^
      ซ้อมวิ่งหลับตาไว้ได้เลย เพราะผู้หญิงคนต่อไปที่มาทดสอบ ต้องโดนใส่สปอร์ตบราแน่นอนจ้ะ อิอิอิ

      ลบ
  2. เอ้ย ดูวีดีโอแล้วยิ่งน่ากลัว เพราะดูเร็วมาก ๆ ไม่เคยกดสปีดขึ้นไปที่ 11.5 เลยค่ะ แต่ก็น่าลอง :)

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ใช้วิธีของน้องม้วนดูก็ได้ค่ะ น้องเค้านึกถึงสวนดอกไม้ ร่มรื่นสวยงาม
      และคิดเสียว่า ทดสอบแค่ 12 นาที มันจะแค่ไหนกันเชียว เหนื่อยแป๊บเดียว เดี๋ยวจบแล้ว ไรงี้

      แต่จริงๆ ก็ไม่น่ากลัวนะคะ
      เพราะลู่วิ่งยาว ไม่ตกง่ายๆ และน้องพยาบาลคอยจับตาดูอาการเราตลอด
      คุณฮั้วต้องทำได้ดีแน่ๆค่ะ

      ลบ
    2. เมื่อวานลองวิ่งแบบ 10.5 .. เอ้ย ขาแถบปั่นไม่ทัน .. ยังนึกถึงคุณป้อมเลย .. ตาย ๆ เครื่องยิ่งร้อนช้าอยู่ด้วย

      ลบ
  3. น้องม้วน15 มีนาคม 2556 07:41

    เย้ สมเป็นรีวิวฉบับของพี่
    มีค่าอ้างอิงมาให้ดูด้วย
    หนูได้ระดับ Good ด้วยค่ะ ดีใจจัง
    (ดีใจกับพี่ด้วย Excellent เชียวน้า ^__^)

    แอบขำพรืดตรงขำว่า "ชาวบ้าน"
    5555+

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. มันน่าภูมิใจเนอะน้องม้วน
      เทียบกับชาวบ้านก็ดีใจระดับหนึ่ง
      แต่รู้สึกดีจริงๆ เมื่อเทียบกับตัวเราสมัยก่อน

      ลบ
  4. ไม่เคยวิ่งสายพานเลย ดูคลิปแล้วกลัววิ่งตกสายพานจัง (คงอายน่าดู)

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. เครื่องวิ่งสายพานมีทั้งแบบสายพานแคบสั้น และสายพานกว้างยาวค่ะ ขึ้นกับราคา
      ถ้าจานเน็กจะลองครั้งแรก ก็ให้ลองกับเครื่องกว้างยาว จะได้มั่นใจ
      แต่เท่าที่เห็นไม่มีใครเคยตกน้า แม้แต่อาม่าที่คอนโด อิอิอิ

      ลบ

*************************************************************************************
ผักกาดๆ ถ้าข้อความไม่ขึ้น นั่นแปลว่า blog คิดว่าข้อความของท่านเป็น spam ไม่ต้องกังวลค่ะ comment เหล่านี้จะตกไปอยู่ที่กล่อง spam รอให้เจ้าของ blog มาตรวจสอบ (ก็คือเรานั่นเอง ^ ^)
*************************************************************************************

Google+ Badge

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...