วันศุกร์ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2556

เรื่องน่ารู้ของสนามมาตรฐาน 400 เมตร | 10 ความคิดเห็น:

แม้พวกเราจะเป็นนักวิ่งถนน แต่บางคนก็ซ้อมในลู่ใช่มั้ยคะ ยิ่งถ้าเป็นนักวิ่งประเภทอยากทำสถิติที่ต้องมีการฝึกซ้อมความเร็วแบบ interval/speed work หรือที่ภาษานักวิ่งไทยเรียกกันว่า "ลงคอร์ต" ยิ่งต้องเคยใช้สนาม 400 เมตรกันแน่นอน เราก็เช่นกันค่ะ ...และตามประสาคนขี้สงสัย เราก็เกิดคำถามขึ้นมาบางอย่าง เมื่อหาคำตอบได้แล้วจึงเอามาแบ่งๆกันอ่านไว้ ณ ที่นี้ เผื่อจะมีคนอยากรู้เหมือนเรา


สนามมาตรฐาน 400 เมตร


ที่บอกว่าระยะรอบสนามเป็น 400 เมตร วัดกันตรงไหน
เส้นขอบสนามด้านในของลู่ 1 ? หรือ เส้นสมมุติที่ลากผ่ากลางลู่ 1 พอดี? คำตอบคือ ไม่ใช่ทั้งสองอย่างค่ะ เพราะระยะ 400 เมตรคือระยะรอบสนามที่วัดจากเส้นขอบลู่ 1 ด้านในออกมา 20 ซม.ซึ่งเส้นสมมุติดังกล่าว ไม่ใช่ตำแหน่งกลางลู่ ออกจะค่อนไปทางด้านซ้ายมากกว่า เพราะลู่มาตรฐานมีความกว้าง 1.22 เมตร

แล้วถ้าวิ่งกลางลู่ 1 พอดีจะได้ระยะทางกี่เมตร
แหม...ซอกแซกจริงวุ้ย!! ก็กะๆเอาว่า 400 เมตรนั่นแหละ!!...จะคิดอย่างงี้ก็ได้ค่ะ แต่คนมันอยากรู้นี่นา งุงิ เรียนเลขมาเป็นสิบๆปี ใช้มันบ้างจะได้ไม่เสียเปล่า แล้วปกติคนเราก็จะวิ่งกลางลู่กันมากกว่า "ห่างริมซ้าย 20 ซม." ใช่มั้ยล่า...น่ารู้จะตายไป

สูตรหาระยะรอบสนาม 400 เมตร

เนื่องจากรูปร่างของสนามประกอบด้วยครึ่งวงกลม 2 อันแปะหัวแปะท้าย กับตรงกลางที่เป็นเส้นตรง 2 ด้าน เราจึงหาระยะรอบสนามได้ด้วยสูตรง่ายๆ คือ 2*pi*r + 2*S

เมื่อ pi = ค่าคงที่ = 22/7
       r  = รัศมีของครึ่งวงกลมหัว-ท้ายสนาม
      S  = ระยะของทางตรง เป็นค่าคงที่ = 84.39 เมตร (หรือจำง่ายๆว่า 2 เท่าของระยะ
             มาราธอน...บังเอิญอะไรเช่นนี้!!)

ก่อนอื่นหาค่า r ที่สัมพันธ์กับความรอบยาวสนามที่ 400 เมตรก่อน

400 = 2*22/7*r + 2*84.39
เมื่อแก้สมการจะได้ r = 36.785 เมตร

รัศมีความโค้งวัดจนถึงเส้นขอบลู่ด้านในสุด = r-0.2 = 36.585 เมตร = R0 ในภาพ
รัศมีความโค้งจนถึงกลางลู่ 1 = R0+(1.22/2) =  37.195 เมตร = R1 ในภาพ
ดังนั้นระยะทางรอบสนามเมื่อวิ่งกลางลู่ 1 พอดี = 2*pi*R1 + 2*S = 402.58 เมตร ----#

เกินจาก 400 เมตรมา 0.65% พอรับได้เนาะ ^___^

รัศมีความโค้งที่ตำแหน่งต่างๆ ของสนาม 400 เมตร


แล้วถ้าวิ่งรอบสนามกลางลู่อื่นๆ จะได้ระยะกี่เมตร
เมื่อเรารู้ R1 การหาค่า R2, R3,..., R8 ก็ง่ายแล้ว แค่บวกเพิ่มเข้าไปคราวละ 1.22 เมตรเท่านั้น
สรุปเป็นสูตรหาความยาวรอบสนามที่ตำแหน่งกลางลู่ใดๆได้เป็น

L = 2*pi*(37.195+(n-1)*1.22)+ 2*84.39
   = 402.58+7.67(n-1) เมื่อ n คือหมายเลขลู่ ตั้งแต่ 1 ถึง 8
จากสมการจะเห็นว่าระยะรอบสนามจะเพิ่มขึ้นลู่ละ 7.67 เมตร นั่นเอง

สรุประยะรอบสนามที่ลู่ต่างๆเมื่อวิ่งกลางลู่
ลู่ 1 = 402.58 เมตร
ลู่ 2 = 410.25 เมตร
ลู่ 3 = 417.92 เมตร
ลู่ 4 = 425.59 เมตร
ลู่ 5 = 433.26 เมตร
ลู่ 6 = 440.93 เมตร
ลู่ 7 = 448.60 เมตร
ลู่ 8 = 456.27 เมตร

เราจะลงคอร์ตที่ลู่อื่นนอกเหนือจากลู่ 1 ได้หรือไม่
อันนี้เล่าให้คนที่ไม่ได้เป็นนักวิ่งฟังนะคะ สาเหตุที่นักวิ่งต้องขอสำรองลู่ 1 เพื่อการฝึกซ้อมความเร็ว ก็เพราะ speed work ทุกสูตร จะให้วิ่งเป็นระยะที่เป็นสัดส่วนกับ 400 เมตร เช่น 200, 400, 1000, 1600, 2000 โดยต้องพยายามวิ่งให้อยู่ภายในเวลาที่กำกับไว้ ถ้าใช้ลู่ 1 (ซึ่ง assume ว่าระยะรอบสนามเป็น 400 เมตรพอดี) ก็จะง่ายต่อการนับและการจับเวลามากกว่า

ทีนี้มาตอบคำถามที่ว่า ลงคอร์ตลู่อื่นได้หรือไม่ คำตอบก็คือ...ถ้าจำเป็นมันก็ต้องได้แหละนะ ^___^" เช่นกรณีลู่ 1 พัง น้ำท่วม นักบอลนั่งพักล้ำออกมาจากสนามด้านใน หรือนักวิ่งบางคนใส่หูฟังไม่ได้ยินว่าเราต้องการขอทางลู่ 1

(หมายเหตุตรงนี้นิดนึงสำหรับนักวิ่งหน้าใหม่ที่อาจยังไม่ทราบ ตามสนามมาตรฐานทั่วไป โดยมารยาทแล้วต้องสำรองลู่ 1 ไว้สำหรับคนที่ต้องการวิ่งเร็วหรือฝึกความเร็วนะคะ ถ้าเราวิ่งช้าควรเถิบมาใช้ลู่อื่น อีกอย่างที่ต้องระวังเพื่อความปลอดภัยก็คือ เวลาวิ่ง หากใส่หูฟังจนไม่ได้ยินเสียงภายนอก ควรมองด้านหลังก่อนเปลี่ยนเลนหรือหยุดกะทันหัน เพราะนักวิ่งที่ตามมาอาจมาด้วยความเร็วเกินกว่าจะเบรคทัน หรือแม้จะหลบทัน ก็อาจทำให้เค้าบาดเจ็บข้อเท้าหรือหัวเข่าได้ค่ะ ยังมีกฏ กติกา มารยาทของนักวิ่งอีกหลายข้อ ลองอ่านดูนะคะ)

กติกา มารยาท ของนักวิ่ง เรื่องวิ่งเรื่องกล้วย

กลับมาที่เรื่อง "ถ้าต้องลงคอร์ตที่ลู่อื่นนอกเหนือจากลู่ 1 จะทำอย่างไร"...แนวทางแรกคือใช้คณิตศาสตร์เข้ามาช่วย วิธีก็คือก่อนวิ่งต้องคำนวณเวลาที่กำกับเสียใหม่ ให้สอดคล้องกับระยะทางที่เพิ่มขึ้น ยกตัวอย่างเช่น ตารางซ้อมกำหนดให้วิ่ง 400 เมตรภายในเวลา 90 วินาที ถ้าจำเป็นต้องย้ายไปซ้อมลู่ 8 ก็จับเวลาทุกครั้งที่วิ่งครบ 1 รอบนั่นแล เพียงแต่เทียบบัญญัติไตรยางศ์เสียใหม่ ก็จะได้ว่าต้องวิ่ง 1 รอบสนาม ภายในเวลา 90*456.27/400 = 102.7 วินาที แทน การต้องวิ่งระยะเกินกว่าตารางซ้อม 14.07% ก็คงไม่ทำให้ร่างกายบอบช้ำมากหรอกเนาะ (อันนี้เดา ^ ^)

ส่วนแนวทางที่สองคือใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย คนที่อ่าน blog นี้มานานคงเดาได้นะคะ...นั่นก็คือใช้นาฬิกา GPS ที่มีฟังก์ชั่น interval training นั่นเอง ถ้ามีนาฬิกานี้ เราจะวิ่งตามถนนรนแคมที่ไหนก็ได้ไม่จำเป็นต้องเป็นสนาม 400 เมตร เพราะนาฬิกาจะวัดระยะทางจาก GPS - ส่งเสียงเตือนเมื่อระยะทางใกล้ครบ - บันทึกเวลาแต่ละ lap ให้เองโดยไม่ต้องกดปุ่ม...ผู้ใช้มีหน้าที่"เหนื่อย"อย่างเดียวเท่านั้น ตัวอย่างของนาฬิกาประเภทนี้ก็ได้แก่ Garmin Forerunner ตั้งแต่รุ่น FR210 ขึ้นไปนั่นเอง (ฤกษ์งามยามดีวันใด คงได้เขียนรีวิว FR210 กับเค้าซักที ใช้มาเป็นปีแระ ^ ^")

นาฬิกา GPS ที่มีฟีเจอร์ interval training

หากโพสต์นี้ทำให้ผู้อ่านท่านใดหน้ามืดตาลาย คล้ายจะเป็นลม ก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ ^ ^" ขอสรุปสาระสั้นๆ สำหรับผู้ที่เลิกอ่านตั้งแต่เจอสมการ 2*pi*r แต่ยังอุตส่าห์แว้บมาดูตอนท้ายอีกที ไม่หนีกันไปก่อนดังนี้

  • วิธีคำนวณระยะรอบสนามใช้สูตรคณิตศาสตร์ตอน ป.6 ธรรมดา เพียงแต่ต้องมีข้อมูลสำคัญ 3 อย่างคือ  (1) ระยะที่บอกว่า 400 เมตร จริงๆแล้วคือระยะที่วัดห่างจากเส้นขอบสนามด้านในของลู่ 1 ออกมา 20 ซม. (2) ระยะของทางตรงเท่ากับ 84.39 เมตร หรือจำง่ายๆว่า 2 เท่าของมาราธอนพอดีเป๊ะ และ (3) ลู่มีความกว้าง 1.22 เมตร      
  • จากการคำนวณพบว่า ถ้าวิ่งกลางลู่ 1 พอดี จะได้ระยะ 402.58 เมตร ส่วนลู่ถัดไปก็บวกไปลู่ละ 7.67 เมตร
  • ถ้าจำเป็นต้องลงคอร์ตในลู่อื่น ก็เพียงแต่เทียบบัญญัติไตรยางศ์หาเวลากำกับที่สอดคล้องกัน หรือไม่ก็หานาฬิกา GPS ที่มีฟีเจอร์ interval training มาใช้ซะ จบนะ!!

 Reference
IAAF Track and Field Facilities Manual 2008 Edition - Chapters 1-3

โพสต์ที่คุณอาจสนใจ
ทำไมต้องจ็อกในช่วงฟื้นสภาพเมื่อฝึกวิ่งแบบ interval

10 ความคิดเห็น:

  1. ถึงว่าวิ่งทีไร 405 เมตรตลอด

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. แสดงว่าเอียงขวานิดนึงแน่ๆ (หมายถึงวิ่งเอียงไปทางขวาของลู่) ชิมิ อิอิอิ

      ลบ
  2. เย...ที่คุณป้อมเกริ่นไว้ใน FB ....เดาทางถูกด้วย เหม่ ถ้ามีชิงรางวัลกันละก็....
    แต่สำหรับผมที่ฝึกวิ่งมาไม่เท่าไหร่ ตอนนี้ยังไม่เน้นเรื่องลงคอร์ท...มีบ้างก็กะเอาคร่าวๆ...อยากถึงวันที่ฝึกวิ่งจนกระทั่งถึงเวลาที่ต้องเพิ่มศักยภาพ เพื่อทำเวลา อย่างนักวิ่งเจนสนามบ้างจัง ตอนวิ่งจะได้มองเห็นหลังของเหล่านักวิ่งแนวหน้าบ้าง
    ....สำหรับเรื่องกฏกฏิกามารยาทในการวิ่ง นักวิ่งหน้าใหม่(อย่างผม)ถ้ามีสามัญสำนึกว่าจะไม่ไปรบกวน หรือสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่น รับรองว่าเรื่องมารยาทในการใช้พื้นที่ร่วมกันคงไม่มีปัญหา...(ที่เจอโดยมากจะเดินคุยกันเป็นกลุ่ม หรือเรียงหน้ากระดาน)

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. รู้ทางสุดๆแว้วววท่านผู้นี้

      ปูพื้นความแข็งแรงด้วยการวิ่งช้าๆยาวๆไปก่อนค่ะ
      เพราะการวิ่งเร็วก็เสี่ยงเจ็บเอาการอยู่ สร้างร่างกายที่แข็งแกร่งมาสู้กับมันก่อนดีกว่า
      ปีนึงค่อยมาลงคอร์ตก็ยังไม่สาย เพราะเราจะวิ่งไปตลอดชีวิตกันอยู่แล้วใช้ม้าาาา ^ ^

      ลบ
    2. ขอบคุณสำหรับคำแนะนำมากครับ... ตามตารางฝึกของ BKK Marathon (มีในคำแนะนำในเวบที่สมัคร เป้าหมายให้วิ่ง 42.195 กม.ใน 5 ชม.) มีให้ฝึกลงคอร์ทแต่ให้วิ่งไม่ถึงความเร็วสูงสุดครับ...จริงๆ ผมก็กะไม่ค่อยถูกหรอกครับว่าแค่ไหนคือ 70 80 หรือ 100% แค่ว่าเอาเร็วที่วิ่งไหวเองครับ ความพยายามในการนี้กลายเป็นด้านการหายใจ (ตอนแรกคิดว่ากล้ามเนื้อ)

      ลบ
  3. ระยะทางวิ่งจริง ลู่1 เท่ากับระยะขอบสนาม+30 ซ.ม. ไม่ใช่หลอคับ

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ใช่ค่ะ ในกรณีที่ขอบสนามเป็น kurb (ไม่ทราบภาษาไทยเรียกอะไร) จะวัดจาก kurb นั้นออกมา 30 cm

      แต่ถ้าเป็นเส้นขอบสนามธรรมดา ก็วัดออกมา 20 cm เท่ากับลู่อื่นๆค่ะ

      ลบ
  4. อยากทราบว่า!นักวิ่งในแต่ละระยะออกตรงไหน?และคนในแต่ระยะต้องวัดอย่างไร?ช่วยหน่อยค่ะหนูจะสอบแล้วT^T

    ตอบลบ
  5. อยากสร้างสนาม1รอบ200เมตร 5ลู่วิ่งจะสร้างยังไงครับ ดังรายการต่อไปนี้ วิ่ง200;400;4x50;4x100เมตร จะทำจุดสตาร์ทยังไงบ้างครับ ใครพอมีสูตรช่วยสอนเป็นวิทยาทานหน่อยครับ ขอบพระคุณมากๆครับ

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ลองดูรูปใน link นี้นะคะ
      https://drive.google.com/open?id=13aFAWogzPrXfnhkXCNuCW_cL-tyWjwbJ

      ลบ

*************************************************************************************
ผักกาดๆ ถ้าข้อความไม่ขึ้น นั่นแปลว่า blog คิดว่าข้อความของท่านเป็น spam ไม่ต้องกังวลค่ะ comment เหล่านี้จะตกไปอยู่ที่กล่อง spam รอให้เจ้าของ blog มาตรวจสอบ (ก็คือเรานั่นเอง ^ ^)
*************************************************************************************

Google+ Badge

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...