Sunday, January 22, 2012

วิ่งไปอ่านไป 1: เย็นวันเสาร์-เช้าวันอาทิตย์ | 14 comments:

ผู้แต่ง: คามิน คมนีย์

คุณใช้พิธีกรรมใดในการเริ่มต้นชีวิตใหม่
คนที่อยากฟื้นจากอาการอกหักอาจจะ make over แปลงโฉมหัวจรดเท้า
คนที่เพิ่งกลับเนื้อกลับตัวจากอบายมุข อาจจะไปบวช ศึกษาพระธรรมซักพรรษา
บัณฑิตจบใหม่อาจจะแบ็คแพ็ค เที่ยวประเทศชิคๆซักประเทศให้สาสมกับที่เรียนไม่ได้ลืมหูลืมตามาหลายปี

คามิน คมนีย์ เป็นอีกคนที่ต้องการเริ่มต้นชีวิตใหม่
ชีวิตที่ไม่มีเจ้านายประเภทที่ประจานลูกน้องด้วยเรื่องขี้ผงต่อหน้าคนเป็นสิบ
ชีวิตที่ไม่ทำให้เคร่งเครียดและอ้วนอืด จนอาจเส้นเลือดในสมองแตกตายก่อนที่จะได้ทำสิ่งที่ชอบๆ
ชีวิตที่ใฝ่ฝันมานานปีแต่ก็เฝ้าผัดผ่อนเพราะเกรงจะอดตาย ด้วยว่าอาชีพของชีวิตในฝันนี้คือ...นักเขียน
คามินมีพิธีกรรมในการเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่เฟี้ยวกว่าใคร
...เขาวิ่ง...






ไม่แน่ชัดว่าคามินได้แรงบันดาลใจชนิดนี้มาจากที่ใด
อาจเป็น Forrest Gump ที่หลังจากสลัดเครื่องช่วยเดินออกเป็นชิ้นๆแล้ว ก็ตั้งหน้าตั้งตาวิ่ง วิ่ง วิ่ง ต้อนรับการเป็น Forrest คนใหม่ที่ไม่ใช่เด็กกล้ามเนื้อลีบอีกต่อไป
หรืออาจเป็นการวิ่งทุกเช้าวันละ 10 กม. ก่อนเริ่มชั่วโมงทำงานอันยาวนานบนโต๊ะเขียนหนังสือ
ดังที่มูราคามิเล่าไว้ใน What I talk about When I talk about running
แต่ไม่ว่าจะมาจากที่ใด...คามินเลือกที่จะวิ่ง...
เขามีความเชื่อว่า การวิ่งก่อให้เกิดจินตนาการ
เมื่อมีจินตนาการก็จะสามารถผลิตงานเขียนออกมาได้ ซึ่งจะนำเขาไปสู่การเป็นนักเขียนอาชีพในที่สุด

อันที่จริงก่อนที่คามินจะลาออกจากงานมาวิ่งอย่างเต็มเวลา เขาได้ทำสิ่งระห่ำที่สุด ที่แม้แต่นักวิ่งซึ่งวิ่งมาแล้วหลายเดือนหรือเป็นปียังไม่กล้าทำ
นั่นคือลงฟูลมาราธอนโดยซ้อมก่อนแข่งเพียง 8 วัน วันละไม่เกิน 8 กม.
แม้จะเข้าเส้นชัยแบบ-(ไม่ต้องสืบ)-หมดสภาพ แต่สถิติ 3 ชั่วโมง 31 นาทีที่เขาทำได้ ทำให้ผู้อ่านที่เป็นนักวิ่งด้วยอย่างเรารู้เลยว่า...ไม่ธรรมดา
เพราะสำหรับนักวิ่งถนนมือสมัครเล่นที่ซ้อมมาจนเข้าฝัก มาราธอนแรก ขอแค่ไม่เกิน 4 ชั่วโมงก็หรูแล้ว
เมื่อเป็นเช่นนี้ก็ย่อมเดาได้ว่า ภายในเวลา 1 ปีที่คามินผันชีวิตจากนักกฏหมายมาเป็นนักวิ่งเต็มตัว เขาจะกวาดถ้วยรางวัลได้เป็นกอบเป็นกำเพียงใด



"เย็นวันเสาร์-เช้าวันอาทิตย์" เล่าเรื่องราวชีวิตในช่วง 1 ปีที่ว่านี้
เริ่มบทแรกที่งานวิ่งครั้งแรกของเขา-กรุงเทพมาราธอน 2545 และปิดบทสุดท้ายด้วยฉากกรุงเทพมาราธอนของปีถัดมา
จากบทสู่บท บอกเล่าถึงพัฒนาการทีละขั้นของตัวเขาเอง ทั้งในแง่ฝีเท้าและความเข้าใจในโลกของการวิ่ง
สอดแทรกด้วยคำคมและข้อคิดให้ได้จี๊ดกันเป็นระยะ
สำหรับผู้อ่านที่เป็นนักวิ่งอยู่ก่อนแล้ว การได้อ่านหนังสือเล่มนี้จะทำให้คุณได้ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ เมื่อคามินเล่าถึงสถานการณ์แบบเดียวกับที่พวกเราเคยเจอ หรือพฤติกรรมแบบเดียวกับที่พวกเราเคยเป็น
ส่วนผู้อ่านที่ไม่ได้เป็นนักวิ่งก็จะสนุกสนาน อาจถึงขั้นตื่นตาตื่นใจเมื่อได้พบว่ามีโลกของคนบ้าพลังที่เกลียดการเดินเป็นที่สุด ซ้อนทับอยู่บนโลกเฉื่อยๆใบนี้ด้วย
ถึงที่สุด หนังสือเล่มนี้อาจสร้างแรงบันดาลใจให้คุณเริ่มออกวิ่ง และพิชิตมาราธอนเลยก็ได้...มีกรณีตัวอย่างให้เห็นแล้ว

อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้อ่านกลุ่มหลัง ถ้าคุณอ่านจบแล้วกำลังคิดว่า นักวิ่งจะต้องกินเจียมอยู่เจียมอย่างยิ่ง
ต้องสงบและง่ายงาม(สงสัยมั้ยว่าทำไมต้องเจอ adjective สองตัวนี้อยู่ด้วยกันตลอด เวลาอ่านวิจารณ์งานเขียน)
แต่อันตัวฉันนี้เป็นสลิ่มกิ่มก๋วงที่แค่อยากวิ่งเพื่อลดความอ้วน
และฉันพอใจที่จะวิ่งไปฟัง Ipod ไป มากกว่าจะดื่มด่ำกับเสียงธรรมชาติรอบด้าน
และฉันยิ่งพึงใจที่จะสรรหารองเท้าวิ่งที่ฉันเชื่อมั่นในเทคโนโลยีมาใส่ตามกำลังทรัพย์มากกว่าจะทนใส่รองเท้าหนักๆแข็งๆคู่เดิมทั้งปีทั้งชาติ
เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วจะถือว่าฉันทำผิดผีของวงการวิ่งหรือไม่ เค้าจะต้อนรับฉันเข้าสู่อ้อมใจหรือจะมองฉันอย่างดูแคลน
ขอตอบว่าไม่ต้องกลัว การวิ่งไม่ใช่วิหารอันศักดิ์สิทธิ์ และนักวิ่งต่างก็มีโลกทรรศน์และที่มาอันหลากหลายเหมือนสังคมอื่นๆ
ขอแค่คุณมีขากับใจของนักสู้
ไม่ว่าคุณจะเป็นฤาษีนุ่งใบไม้หรือเป็นไฮโซใส่ชุดกีฬาคอลเลคชั่นล่าสุด หลังจากเข้าเส้นชัยแล้ว ทุกคนจะยิ้มให้กัน พร้อมที่จะทักทายและหยิบยื่นไมตรีต่อกัน
เพราะต่างก็รู้ดีว่า  เช้าวันอาทิตย์ที่เพิ่งผ่านไปนี้ เราทุกคนเหนื่อยแสนสาหัสเสมอภาคกันเพียงใด

ขอกล่าวคำต้อนรับล่วงหน้า แก่ผู้ที่จะเข้ามาในโลกของพวกเราค่ะ

14 comments:

  1. ได้อ่านแล้วววว....

    ReplyDelete
    Replies
    1. รู้สึกยังไงบ้างคะ

      Delete
  2. น้องม้วนJanuary 24, 2013 at 8:09 PM

    อ่านแล้วรู้สึกว่า สิ่งมีชีวิตสปีชี่ส์เดียวกันย่อมมีคุณลักษณะคล้ายคลึงกัน กิกิ
    ตีแผ่ชีวิตนักวิ่งได้โดนจริงๆค่ะ ^^

    ReplyDelete
    Replies
    1. อ่านแล้วยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ตามชิมะ เหมือนเราเป็นวงใน เป็นขาใหญ่คุมซอย แบบ เฮ้ยยย เรื่องนี้ชั้นก็เคยเป็นเหมือนก๊าน เรื่องนั้นชั้นก็รู้ คนอื่นไม่รู้ละเซ่ โฮะๆๆ ไรงี้

      Delete
  3. น้องม้วนJanuary 24, 2013 at 8:12 PM

    อ๊ะ ดูวันที่ในคอมเมนท์จิ 22 มค 55 , 23 มค 55 แล้วมา 26 มค 56 ..ยายม้วนไปอยู่ไหนมาเอาป่านฉะนี้ กิกิกิ

    หนูอ่านบลอคพี่ แล้วตามหาหนังสืออยู่นานมากกก
    กว่าจะได้ยืมของพี่นกอ่านอ่ะ
    ถ้าแต่ก่อนทำความรู้จักกับพี่ก็คงได้ยืมพี่ไปซะตั้งนานและ ^^

    ReplyDelete
    Replies
    1. นั่นสิเนอะ
      ชีวิตจะเสียเวลาไปใย
      อยากบอกอะไร บอก อยากทำอะไร ทำ
      อยากวิ่ง วิ่ง!!!( นะฮับท่านผู้อ่าน)

      Delete
  4. ตามมาอ่าน ต้องไปหาอีกเล่มแล้วล่ะ

    ReplyDelete
    Replies
    1. ตอนนี้เป็นแรร์ไอเท็มอยู่ค่ะพี่มาร์ท
      เห็นเพื่อนนักวิ่งบางคนถึงกับต้องซีร็อกซ์จากห้องสมุดเลยทีเดียว
      ป้อมก็ไม่มีเหมือนกัน ยืมพี่คนนึงอ่าน และที่น่าเศร้าก็คือ ตอนนี้แกก็ไม่รู้เอาหนังสือไปไว้ไหนแล้วอะค่ะ อะฮือๆๆ

      Delete
  5. แม้จะจำได้ว่าอ่านบทความนี้แล้ว แต่ลองกดลิ้งเข้ามาอ่านอีกครั้ง
    อ่านครั้งแรก..... ตอนเริ่มฝึกวิ่งจริงจัง (ต้นๆปี 56) รู้สึกว่าคุณคามินเก่งที่วิ่งมาราธอนได้ใน 3.31ชม.
    ประกอบกับจะหาข้อมูลในการฝึกวิ่ง พร้อมๆ กับแรงพลักดัน แรงใจในการฝึกวิ่ง ทำให้อยากอ่านหนังสือเล่มนี้มาก....แต่ก็หาไม่ได้
    วันนี้เข้ามาอ่านบทความนี้อีกครั้ง .....ในตอนที่ฝึกวิ่ง(เพื่อมาราธอน) มาหลายเดือนแบบนี้ ทำให้รู้สึกว่า 3.31 ชม.ไม่ใช่แค่เก่งแล้ว เขาเรียกสุดยอด และการเข้าสู่โลกแห่งการวิ่งด้วยตัวเองแล้ว ทำให้อยากอ่านหนังสือของคุณคามินมากกว่าเดิมหลายเท่า

    ReplyDelete
    Replies
    1. ใช่เลยค่ะ
      ถ้าคนไม่ได้เป็นนักวิ่ง ตัวเลข 3:31 ชม.อาจไม่มีความหมาย ดวงตาเลื่อนลอย
      แต่สำหรับคนเป็นนักวิ่ง อ่านแล้ว ได้แต่อึ้งๆๆ
      เรื่องหนังสือ รอแพ้พนะคะ เห็นพี่คามินบอกไว้เองว่าต้นปีหน้าจะพิมพ์ซ้ำแน่นอน
      แถมมีภาค 2 อีกด้วย
      เราก็รอด้วยใจระทึกเหมือนกัน ^____^

      Delete
  6. หาไม่ได้ ใครมีให้ยืมบ้าง ?
    สัญญา อ่านจบจะเอามาคืนครับ...

    ReplyDelete
    Replies
    1. ป้อมยื้มพี่ย้งมาอีกทีนึงค่ะ
      แต่พี่ย้งไม่รู้เอาไปไว้ไหนแล้ว
      คุณต้อมรออีกอึดใจนึงน้าาา ปีใหม่เค้าก็จะพิมพ์ครั้งที่ 2 แร้ว

      Delete
  7. ยังสามารถสั่งซื้อได้ที่สำนักพิมพ์บ้านหนังสือครับ ( 4 ก.ย. 2560) ผมเพิ่งซื้อมา ได้เรื่องหัว-ใจ-เท้า มาด้วยอีกเล่ม ลองพิมพ์ Key word 'บ้านหนังสือ' หาจาก Google ดูนะครับ

    ReplyDelete
    Replies
    1. ขอบคุณคุณหน่องค่ะ
      จำได้ว่าหนังสือเล่มนี้พิมพ์ออกมาก่อนการวิ่งจะฮิตหลายปี ทีนี้พอเริ่มฮิต คนก็เริ่มหาหนังสือเกี่ยวกับการวิ่งมาอ่าน ก็เลยหายาก สักพักสนพ.เลยไหวตัวทัน พิมพ์ออกมาใหม่ อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์นี้ก็ผ่านไปหลายปีแล้วอีกเช่นกัน ได้รู้จากคุณหน่องว่ายังหาซื้อได้อยู่ก็นับว่าน่าดีใจค่ะ ^ ^

      Delete

*************************************************************************************
ผักกาดๆ ถ้าข้อความไม่ขึ้น นั่นแปลว่า blog คิดว่าข้อความของท่านเป็น spam ไม่ต้องกังวลค่ะ comment เหล่านี้จะตกไปอยู่ที่กล่อง spam รอให้เจ้าของ blog มาตรวจสอบ (ก็คือเรานั่นเอง ^ ^)
*************************************************************************************

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...
Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...