วันศุกร์ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2556

วิธีดึงข้อมูลจากนาฬิกา GPS GARMIN โดยไม่ต้องใช้คอมพิวเตอร์ | 16 ความคิดเห็น:

*************
update 3/6/57
*************
นาฬิกา Garmin Forerunner รุ่นใหม่ที่วางตลาดตั้งแต่มกราคม 2557 เป็นต้นไป อาทิเช่น  FR220 และ FR620 สามารถ upload ผ่านแอพ Garmin Connect Mobile ในสมาร์ทโฟนได้ด้วยตัวมันเองโดยอัตโนมัติ  (ไม่ต้องใช้อุปกรณ์เสริมแบบในโพสต์นี้แล้ว) 

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ รีวิวนาฬิกา GPS สำหรับนักวิ่ง GARMIN FORERUNNER 220

=================================

อาทิตย์ที่แล้วได้อ่านโพสต์อันนึงของ DC Rainmaker  เกี่ยวกับการ upload workout จากนาฬิกาเข้าอุปกรณ์ portable ทั้งหลายอันได้แก่ Tablet และ Smartphone แล้วบังเกิดความดีใจเป็นล้นพ้น แม้จะไม่ค่อยแน่ใจว่า smartphone ที่ตัวเองมี จะ compat' มั้ย แต่เมื่อมีเวลา ก็ได้ออกตามหาอุปกรณ์จำเป็นทั้งหลายมาลองโดยพลัน เมื่อพบว่าทำได้ (เย่ๆๆ \ ^_^ / ) จึงนำมาแบ่งปันให้สาวก Garmin ได้ลองกัน ดังวิธีที่จะได้กล่าวต่อไปค่ะ

ก่อนเข้าเรื่องขอเท้าความนิดนึงก่อน ปกติคนที่ใช้นาฬิกา GPS GARMIN เมื่อวิ่งเสร็จ กด History ดู ก็จะเห็นสรุปภาพรวมของการวิ่งคราวนั้นๆ เช่นระยะทาง เวลา ความเร็วเฉลี่ย แคลอรี่ที่เผาผลาญได้ อัตราการเต้นของหัวใจเฉลี่ย และถ้าตั้ง lap ไว้ ก็สามารถกดไล่ดูค่าเหล่านี้ของแต่ละ lap ได้ 

garmin connect


แต่ในบางครั้งเราต้องการมากกว่านั้น เช่น อยากเห็นกราฟความเร็วของการวิ่ง เพื่อดูว่าวันนี้เราลงคอร์ทด้วยความเร็วที่สม่ำเสมอแค่ไหน หรืออยากเห็นว่า lap ที่เราทำเวลาดีที่สุดหรือช้าที่สุดมันอยู่ตรงไหนของเส้นทางการวิ่ง จะได้หาทางปรับปรุงแก้ไขในคราวต่อๆไป อีกกรณีคือ ในนาฬิกาบางรุ่น (เช่น FR210) แม้จะสามารถใช้ร่วมกับ footpod ได้ แต่ทั้งในขณะวิ่งและใน History เมื่อวิ่งเสร็จ ไม่มีการแสดงค่า cadence ทั้งนั้น 

ทั้งกราฟความเร็ว และค่า cadence ดังกล่าว เราจะดูได้ก็ต่อเมื่อ upload ข้อมูลการวิ่งจากนาฬิกาเข้าไปในคอมพิวเตอร์แล้วเท่านั้น โดยใช้โปรแกรมที่สามารถแสดงผลการวิ่งอย่างละเอียดได้ซึ่งมีมากมายในท้องตลาด ทั้งแบบ on-line และ off-line แต่ที่นักวิ่งซึ่งใช้ GARMIN นิยมกันทั่วไปก็คือ Garmin Connect (อ่านรีวิวโปรแกรมจากเพจเรื่องวิ่งเรื่องกล้วยได้ ที่นี่ )

ปัญหาก็คือ บางคนไม่อยากรอจนถึงบ้านแล้วค่อยได้เปิดคอมพ์ฯ เพื่อ upload workout...แบบว่า...เราอยากดูบัดเดี๋ยวนี้ที่สนามเลย !! เราเป็นวัยรุ่นใจร้อน !! หรือบางคนไปวิ่งต่างจังหวัด ไม่ได้แบกโน้ตบุคไปด้วย หรือบางคน อยากแชร์ activity ลง facebook ด่วน ก่อนจะตกเทรนด์... ปัญหาเหล่านี้จะหมดไป ถ้าเราสามารถ upload ข้อมูลจากนาฬิกาขึ้นไปบน Tablet หรือ Smartphone แทนคอมพิวเตอร์ได้ (แต่คุณต้องมีแทปเล็ตหรือสมาร์ทโฟนก่อนนะ 555+)

wahoo

จริงๆก่อนหน้านี้ก็มีคนคิดโซลูชั่นให้นักวิ่งใจร้อนแล้ว นั่นคือ Wahoo Key   วิธีใช้ง่ายมาก แค่เอา Key เสียบกับโทรศัพท์(หรือแท็ปเล็ต) - เข้า app - เอานาฬิกาไปวางใกล้ๆ ...จบ!! น่าเสียดายที่ใช้ได้เฉพาะคนที่มี iPhone 3, 3GS, 4, 4s, iPad (1st, 2nd, and 3rd gen) และ iPod touch และนาฬิกา GPS GARMIN รุ่นที่ส่งข้อมูลทาง ANT+ เท่านั้น 

แต่ในที่สุดก็มีคนทำ app ออกมาให้สาวก Android และสาวก GARMIN รุ่นที่ไม่มี ANT+ ได้ใช้กันเสียที app นี้มีชื่อว่า Sportablet  (หรือ Uploader for Garmin ถ้าคุณใช้ smart phone) การทำงานของมันคือ มันจะเข้าไปดึงข้อมูล .fit จาก GARMIN ของเรามาเก็บไว้ในมือถือ(หรือแท็บเล็ต) จากนั้นถ้าเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ เราสามารถเลือกได้ว่าจะให้มัน upload ข้อมูลที่ว่านี้ไปที่โปรแกรมไหน ซึ่งในขณะนี้ตัวเลือกมีจำกัดเพียง Garmin Connect , Strava และ Training Peaks เท่านั้น (สาวก endomondo อย่างเราเศร้าเบย) เมือ upload แล้ว ถ้าอยากแชร์ activity ไปยัง facebook ก็สามารถทำได้เลย

อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ได้อ่านเว็บของ Sportablet แล้ว ก็พบว่า App นี้ไม่ robust เอาเสียเลย แม้จะบอกว่า OS และ firmware เวอร์ชั่นไหนบ้างที่ support แต่ก็ไม่การันตีว่าใช้ได้แน่ๆ ถึงกับต้องมีลิสต์ว่า เท่าที่เคยมีคนลอง มี combination (นาฬิกา+mobile device) ไหนบ้างที่ใช้ได้บ้าง  แต่ก็เอาเถอะ App นี้เค้าให้ลองฟรี ถ้าใช้งานได้แล้วค่อยจ่ายตังค์ (ประมาณ 300 บาท)

โม้มานาน ลองให้ดูเลยดีกว่าค่ะ เราจะลองด้วยนาฬิกา GPS GARMIN 2 รุ่น ทั้งแบบที่ส่งข้อมูลผ่าน ANT+ อย่าง FR405 และแบบที่ส่งข้อมูลผ่าน USB อย่าง FR210  ส่วน Mobile device ของเราเป็น Smart phone คือ Samsung Galaxy Note II ซึ่งใช้ระบบปฏิบัติการ Android

สำหรับ GARMIN รุ่นที่ส่งข้อมูลผ่าน ANT+

อุปกรณ์ที่ต้องใช้
1) OTG adapter (ดูรูปด้านล่าง) ราคาประมาณ 100 บาท
2) App 3 ตัว คือ Uploader for Garmin, ANT Radio Service และ ANT USB Service

การตั้งค่าที่นาฬิกา
Setting >> ANT+ >> Computer
เปิดการใช้งาน ANT+, สั่งให้ paring และ เปิดการใช้งานแบบ force send ดังรูป



วิธี download
1) ต่อ ANT stick เข้ากับ OTG adapter
2) เปิด App Uploader for Garmin เลือก get activities รอจน transfer เสร็จ






3) เลือก activity ที่ต้องการ upload จากหน้าจอ 
โปรแกรมจะให้เลือกว่าต้องการ upload ไปที่ไหน ในกรณีนี้เราเลือก Garmin Connect โปรแกรมก็จะให้ใส่ username และ password เมื่อเสร็จแล้ว โปรแกรมจะเปิดหน้า garmin connect มาให้เราดู activity ที่เพิ่ง upload ขึ้นไป...เป็นอันเสร็จพิธี



ถ้าอยาก upload activity นี้ขึ้น FB ก็กลับไปหน้าที่ให้เลือกโปรแกรม จะเห็นว่า tab ล่างสุดที่เขียนว่า Facebook ที่เคยเป็นสีจางๆตอนนี้กลายเป็นสีเข้มแล้ว แปลว่าเราสามารถใช้งานมันได้แล้ว

สำหรับ GARMIN รุ่นที่ส่งข้อมูลผ่าน USB

อุปกรณ์ที่ต้องใช้
1) OTG adapter
2) USB hub แบบมีไฟเลี้ยง(อันสีเหลี่ยมสีขาว) ที่จะมาพร้อม adaper ที่แปลงไฟบ้านเป็นไฟ 5 volt (ปลั๊กสีดำ) ราคารวมประมาณ 200-300 บาท
3) ไฟบ้าน
4) App 1 ตัว คือ Uploader for Garmin


มาถึงตรงนี้ คงมีหลายคนเริ่มตงิดๆในใจแล้ว...อ้าว...ข้าพเจ้าอยากใช้งานแบบนอกสถานที่ ประมาณว่า วิ่งเสร็จกลับมาเอามือถือที่ฝากไว้หรือเก็บไว้ในรถ จากนั้นก็ upload แฟ้พพพพ ...ถ้าต้องใช้ไฟบ้าน สู้กลับไป upload เข้าคอมพ์ฯที่บ้านไม่ง่ายกว่า ฤ

ถูกต้องนะค้าบบบบ นี่เป็นข้อจำกัดของนาฬิกา GPS  GARMIN รุ่นที่ส่งข้อมูลผ่าน USB เนื่องจากมันต้องทำตัวเป็นโหลดของ mobile device ของเราโดยตรง (ไม่เหมือนแบบแรกที่โหลดของเราเป็นแค่ ANT stick แท่งเดียว) ดังนั้นเราต้องมีไฟเลี้ยงช่วยจ่ายกระแสให้นาฬิกาด้วย เพราะ mobile device (ในที่นี้คือ Note II) ไม่ได้ออกแบบมาให้สามารถจ่ายกระแสได้มากขนาดนั้น...ก็เอาเป็นว่า อย่างน้อยถึงไม่สามารถ upload ที่สนามซ้อมได้ เวลาออกไปวิ่งตามต่างจังหวัดก็ไม่ต้องพกโน้ตบุคแล้วกัน

การตั้งค่าที่นาฬิกา
ไม่ต้อง เสียบโลด

วิธี download
1) เอา adaptor ของ hub ต่อกับไฟบ้าน เพื่อให้ hub มีไฟเลี้ยง
2) ต่อ USB ของนาฬิกาเข้ากับ hub ตอนนี้ hub จะทำหน้าที่จ่ายไฟเลี้ยงให้นาฬิกาแทนมือถือของเราแล้ว
3) ต่อ USB จาก hub เข้ากับ OTG adaper


4) เปิด App Uploader for Garmin เลือก get activities และทำขั้นตอนอื่นๆเหมือนแบบแรกทุกประการ 


ลองหามาเล่นดูนะคะ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.sportablet.com/mobile-garmin-uploader.html ได้ผลยังไงมาเล่าสู่กันฟังมั่งเน้อ

*************
update 10/7/56
*************

1) คุณอ้วน เจ้าของบล็อก Bike อ้วนๆ ได้ชี้แนะมาว่า ในขั้นตอนของการ export แม้จะไม่มีออปชั่นส่งไป endomondo ให้เลือกโดยตรง แต่เราสามารถ export ไปเก็บไว้ใน SD card ได้ แล้วไปเลือก upload from file ในเว็บ endo โดยตรงแทน ขอบคุณคุณพ่อน้องน้ำอิงสำหรับคำแนะนำด้วยค่ะ ^_ ^

ดูวิธีจากภาพโลด (คลิกที่ภาพเพื่อขยายได้ค่ะ) เพิ่มเติมนิดนึงว่า ถ้าเราใช้โปรแกรม explorer อย่างเช่น Chrome เปิด endo แม้จะเลือกไฟล์แล้ว แต่ endo จะไม่รู้จักไฟล์ค่ะ ต้องใช้ explorer ของ Android ที่เขียนว่า internet ซึ่งติดมากับเครื่องดังรูปที่ 2 เท่านั้น




2) จากคำถามของคุณนก Nantinee Ch เราลองแล้วนะคะ สรุปว่า เราสามารถใช้ไฟจาก Power Bank แทนไฟบ้านได้ค่ะ โดยเสียบเข้าไปที่ USB ของ hub ดื้อๆเลย ดังรูป...สรุปอีกทีคือ ตอนนี้ไม่ว่าจะเป็นนาฬิกา GPS Garmin รุ่นที่ใช้ ANT+ หรือใช้ USB ก็สามารถ upload ข้อมูลนอกสถานที่ได้ 100% ค่ะ เย่!! (แม้ว่าแบบ USB จะต้องขนอุปกรณ์มากหน่อยก็ตาม แหะๆ)


*************
update 11/7/56
*************

อุเหม่!! หลังจากนั่งหลังขดหลังแข็งทำรูปแสดงวิธีการ upload ขึ้น endomondo เป็นนานสองนาน เมื่อวานลอง update App Uploader for Garmin ปรากฏว่าตอนนี้มันเพิ่มออปชั่นให้ export ไปที่ endo โดยตรงได้แล้ว 5555+

เอาเป็นว่า วิธี upload ใส่ sd card สามารถใช้กับพวก online running logbook ทั้งหลายได้หมดค่ะ ดังนั้นถ้าคุณใช้โปรแกรมตัวไหนที่  Uploader for Garmin   ยังไม่ offer ให้เช่น Runtasic หรือ RunKeeper ก็สามารถใช้วิธีดังรูปได้ค่ะ

16 ความคิดเห็น:

  1. จารย์ป้อม ใช้ battery bank แทนไฟบ้านได้มั้ยอ่า สงสัย ๆ

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ไม่แน่ใจค่ะคุณนก เดี๋ยวลองดู
      กำลังคิดว่าเอา USB ของ power bank เสียบสวนเข้าไปใน hub เลยได้มั้ย
      (แทนที่จะเอา power มาจาก mono jack)

      ลบ
  2. เย้ ดีใจ ^___^
    ปกติมักจะขี้เกียจอัพโหลดข้อมูลขึ้นเวป
    เพราะพอมี 610 มันดูข้อมูลได้หมด
    แต่ตอนนี้กลับสู่ตารางฝึก และต้องมีการบ้านส่ง ก็กลายร่างเป็นวัยรุ่นใจร้อน
    อยากอัพข้อมูลขึ้นมาทันเท

    ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆ และช่องทางสำหรับวัยรุ่นค่ะ ^0^

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ยินดีซำเหมอ
      วัยรุ่นย่อมเข้าใจวัยรุ่นจ้ะ ;)

      ลบ
  3. ไม่ระบุชื่อ22 มิถุนายน 2556 06:45

    ios ยังรอต่อไปใช่ไหมจ๊ะ
    กล้วยหอม

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ไอโฟนมันแบ่งชั้นวรรณะ ไม่ค่อยอยากให้ของแปลกปลอมมาเกลือกกลั้ว
      คิดว่าคงต้องใช้ Wahoo Key ต่อไปเรื่อยๆ ตามระเบียบค่ะพี่หอม อิอิอิ

      ลบ
  4. ถ้าเป็น usb hub ธรรมดาแบบไม่มีไฟเลี้ยง จะไม่สามารถส่งไฟล์ได้ใช่หรือไม่? ขอบคุณสำหรับบทความสุดเริ่ดนะฮะ ;)

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ใช่ค่ะ
      เราเคยลองแบบเสียบ USB เข้า OTG ตรงๆ ปรากฏว่ามือถือหานาฬิกาไม่เจอ
      ก็เลยต้องใช้ hub มาเป็นตัวจ่ายไฟเลี้ยงก่อน ด้วยประการฉะนี้

      ลบ
  5. เค้าใช้น้องโน้ตเหมือนกัน จะลองทำตามดูจ้ะ ขอบคุณสำหรับข้อมูลความรู้ที่สรรหามาให้นะจ้ะ ม้วฟๆๆ

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ยินดีจ้ะน้องแจง ^___^
      มีปัญหาอะไรถามได้เน้อ

      ลบ
  6. เยี่ยมไปเลยครับ อัพเดตทันใจ วิเคราะห์ได้ทันที

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ขอบคุณคุณอ้วนมากค่ะ (คุณอ้วนเฉยๆ ไม่ได้อ้วนมาก นะ ฮี่ๆๆ) ที่ช่วยแนะนำ
      มีอะไรจะแนะนำอีกก็บอกได้เลยนะคะ ยินดีอย่างยิ่งค่ะ ^___^

      ลบ
  7. IOS อยากได้บ้างไรบ้าง

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. เด๋วจะคอยตามข่าวให้น้าาาา
      ก็บอกแร้ว เปลี่ยนมาใช้ Note ซะ จบ!! 5555+

      ลบ
  8. สวัสดีครับคุณ OOR ผมศุภรัตน์ อยู่ลำปาง มีข้อสอบถามสองสามเรื่องครับ ผมใช้ Forerunner 910XT คำถามคือ 1เคยได้ยินมาว่าสามารถหาอุปกรณ์ของเราทางinternetได้ ใช้เวปฯอะไรครับ 2.การบอกสภาพอากาศ ทำไมบ้างครั้งมีค่าแสดง และบางครั้งไม่แสดง 3.รบกวนช่วยดูที่ Link ของผม และช่วยแนะนำด้วยครับ http://connect.garmin.com/activity/408995990 พยายามปรับ Training Effect มันอยู่ที่5 เกือบทุกครั้ง (ข้อมูลผม อายุ 55 ปี น้ำหนัก 68 กก. ผมตั้ง Mix Hr 166 Min 133 ครับ) กรุณาช่วยอธิบายด้วยครับ ขอบคุณร่วงหน้าครับ และขออภัย หากเป็นการรบกวน

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ยินดีอย่างยิ่งค่ะ พี่ถามมา หนูก็จะได้มีโอกาสค้นคว้ามาตอบ ต้องขอบคุณมากนะคะ ^_____^

      1) ไม่ค่อยแน่ใจคำถามนะคะ
      แต่ถ้าหมายถึง พี่ต้องการซื้ออุปกรณ์ที่ใช้กับ FR910 ทางอินเตอร์เน็ต ก็ลองเข้าไปดูที่ร้านของหนูและเพื่อนได้ที่ http://bananarunning.lnwshop.com/ ค่ะ

      2) อันนี้ไม่ทราบจริงๆค่ะ ถ้าให้เดาคงเป็นเพราะเว็บที่ให้บริการสภาพอากาศกับ Garmin Connect อีกที (VTCP) วันนั้นเค้าไม่ได้ provide ข้อมูลของพื้นที่นั้นๆอะค่ะ หนูก็เคยเจอเหมือนกัน

      3) ความผิดพลาดอาจมาจาก 2 ประการคือ

      - ให้ข้อมูล HRmax ต่ำเกินไป
      อย่างเช่น ถ้าอายุ 55 แล้วปล่อยช่อง HRmax ทิ้งไว้เฉยๆ การ์มินจะประเมิณ HRmax ให้เราว่าเท่ากับ 174 แต่ของพี่ใส่ว่า 166 (ซึ่งถ้าทดสอบกันจริงๆ พี่อาจจะทำได้สูงกว่านี้อะค่ะ)

      - ให้ข้อมูล Activity Class ต่ำเกินไป
      หนูลองเข้าไปดู log การออกกำลังกายของพี่แล้ว น่าจะอยู่ที่ class 7 แต่พี่กรอกข้อมูลว่า class 5

      พอ HRmax ต่ำไป เมื่อคำนวณหา %ความหนักของการออกกำลังกายเทียบกับ HRmax มันก็จะได้ค่าสูงเกินจริง มันก็จะมองว่าเรากำลังออกกำลังหนักมากๆอยู่

      ส่วน Activity class ถ้าต่ำไป ก็เหมือนเป็นการบอกว่า พื้นฐานเราเป็นคนไม่ค่อยฟิตเท่าไหร่ ดังนั้น เมื่อตรวจพบว่า ออกกำลังกายจนหัวใจเต้นแรง มันก็เลยนึกว่า "คนไม่ฟิต วิ่งจนหัวใจเต้นแรงขนาดนี้...แสดงว่าคงออกกำลังหนักมากเลยสิท่า"

      ทั้งสองอย่างนี้ จึงนำมาซึ่งการประเมิน Training Effect ว่าเป็น "Overreaching" ตลอดๆ นั่นเองค่ะ

      ลบ

*************************************************************************************
ผักกาดๆ ถ้าข้อความไม่ขึ้น นั่นแปลว่า blog คิดว่าข้อความของท่านเป็น spam ไม่ต้องกังวลค่ะ comment เหล่านี้จะตกไปอยู่ที่กล่อง spam รอให้เจ้าของ blog มาตรวจสอบ (ก็คือเรานั่นเอง ^ ^)
*************************************************************************************

Google+ Badge

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...