Showing posts with label motivation. Show all posts
Showing posts with label motivation. Show all posts

Tuesday, November 22, 2016

การฝึกซ้อมมาเก๊ามาราธอน สัปดาห์ที่ 9 | No comments:

ตั้งแต่กลับจากเขาชะโงกก็เป็นไข้หวัดยาวๆ เลยตัดสินใจว่าสัปดาห์นี้ขอเลือกซ้อมแค่ 1 ใน 4 ครั้ง เราเลือกทิ้งโปรแกรมซ้อม Tempo เพราะเหนื่อยไปสำหรับสภาพร่างชั่วโมงนี้ และทิ้งโปรแกรมซ้อมวิ่งช้า ทั้งระยะกลางและสั้นเพราะสบายไป เลือกซ้อมโปรแกรม "วิ่งมาราธอนเพซ ที่ระยะฮาล์ฟ" เป็นคำตอบสุดท้าย...เราอยากคุ้นเคยกับเพซนี้ให้มากที่สุด

คิดแล้วก็ตลกดีนะแก ^ ^ สัปดาห์ที่แล้วเราเพิ่งฮึกเหิม หลังพ้นจากการลุ้นอาการบาดเจ็บชนิดลูกผีลูกคน จนเขียนไว้ว่า "ต่อไปนี้อีก 1 เดือน จะพยายามเก็บ mileage ให้ครบถ้วนตามตารางซ้อมให้จงได้!!" (โปรดสังเกตความฮึกเหิมจากเครื่องหมายตกใจสองอันซ้อน) ...แต่ชีวิตมันไม่ใช่หนังไทยว่ะแก ไม่สิ หนังฮอลลีวู้ดก็ด้วย

ชีวิตคนเราไม่ได้เป็นเรื่องเล่าแบบ "Man in Hole" - เริ่มต้นเรื่องด้วยชีวิตสามัญของพระเอก แล้วก็เกิดวิบากกรรมทำให้ตกต่ำลงเรื่อยๆ แล้วอยู่มาอีกวันหนึ่งที่ก้นหลุมนั้น ก็เกิดเหตุอะไรบางอย่างทำให้ชีวิตเปลี่ยนไปในทางที่ดี หลังจากวันนั้นก็มีแต่รุ่งเรืองขึ้นเรื่อยๆ แล้วก็จบบริบูรณ์ 

Man-in-hole Story Cr. rockylouproductions.com

ไม่!!...ชีวิตคนไม่เคยเป็นแบบนั้น แต่คนเราก็มักหวังให้เป็นแบบนั้นอย่างไม่รู้เบื่อ เหมือนที่เราเคยประกาศอย่างฮึกเหิมว่า "ต่อจากนี้ไปเราจะไม่บาดเจ็บอีกแล้ว" หรือ ประกาศว่า "ต่อจากนี้ไป เราจะซ้อมให้ได้ครบถ้วน" แล้วดูสิ ประกาศปุ๊บ ป่วยปั๊บ ซ้อมน้อยกว่าเดิมอีก 555+

แต่เราโคตรรักความหวังชนิดนี้เลย หวังทั้งๆ ที่รู้นี่แหละว่าชีวิตจริงอาจเป็นพล็อต "From Bad to Worse"- อะไรที่แย่อยู่แล้ว อาจแย่ก็เดิมก็ได้ แต่เราไม่สน จินตนาการเสมอว่าตัวเองเป็นพระเอกก้นหลุมนั้น และถ้าเผื่อปีนแล้วลื่นกลับที่เดิม หรือตกหลุมในหลุมลงไปลึกกว่าเดิม ก็แค่ยอมรับมันแบบขำๆ ว่า "เห็นมั้ย กุว่าแล้ว" (คนพูดคำนี้ไม่เคย "ว่าแล้ว" จริงๆซักคน 555+) ปัดฝุ่นจากก้น แล้วมองหาจุดเปลี่ยนในชีวิตเพื่อขึ้นจากหลุมจุดใหม่ต่อไป 

เสาร์ MARATHON TRAINING 21.00 KM
TE 3.5 Recovery Time 63 ชั่วโมง Running Performance 43

นิวไฮอีกแล้วแก ^____^ สำหรับ Running Performance

จำได้เลยว่าตอนใช้ Suunto Ambit3 Sport เรือนนี้ครั้งแรก เราเริ่มที่ 40 แล้วขึ้นมาเป็น 41 ก่อนวิ่งมาราธอนครั้งแรกในชีวิตเมื่อกรกฎา 2015 ไม่กี่วัน จากนั้นก็ขึ้นๆ ลงๆ อยู่ที่สองค่านี้มาเป็นปี เพิ่งมาแตะ 42 ตอนเริ่มซ้อมมาราธอนครั้งนี้ และวันนี้ก็ขึ้นมาที่ 43 แล้ว ^ ^

ยังไม่มีเวลาศึกษาเรื่องนี้ซักที แต่จากประสบการณ์บอกได้อีกอย่างนึงว่า Running Performance เพิ่มได้ช้าๆ ต้องใช้เวลา และต้องซ้อมอย่างต่อเนื่อง

https://www.endomondo.com/users/862998/workouts/835616838
แต่ pace ไม่ได้ 6:30 ตามที่ ฯพณฯ Endo ต้องการนะ ได้แค่ 6:38 เท่านั้น เพราะไม่ได้ดูเพซ ไม่ได้ดูหัวใจ กะความเหนื่อยเอาเอง ประกอบกับท่าวิ่งที่คิดว่าสัมพันธ์กับเพซมาราธอน...และผลปรากฎว่า วิ่งสบายไป ^ ^" มันก็เป็นแบบนี้แหละ แม่นบ้าง มั่วบ้าง 

คิดว่าความยากคือ เริ่มวิ่งตี 4 ครึ่ง ในสรฟ. มืดตึ๊ดตื๋อ การวิ่งในความมืดมีแนวโน้มจะทำให้เรา overestimate ความเร็วและความเหนื่อยของตัวเอง อย่างที่เคยเขียนไว้ในโพสต์ 
ทำไมวิ่งตอนกลางคืนจึงรู้สึกเหนื่อยกว่าปกติ ซึ่งถ้าซ้อมในงานวิ่ง ถึงจะมืดสักหน่อยก็ยังมีมวลชนให้ไหลตามๆ เขาไป แต่ถ้าวิ่งเอง ก็จะเฉื่อยอย่างที่เห็นนี่แล การซ้อมครั้งนี้จึงให้บทเรียนว่า ถ้าวิ่งมืดๆ อย่ามั่นใจในตัวเองนัก นานๆ ทีก็ดู HR ประกอบไปด้วยบ้างอะไรบ้างนะแก

Weekly Mileage 21.07 กม.

Monday, November 7, 2016

การฝึกซ้อมมาเก๊ามาราธอน สัปดาห์ที่ 8 | No comments:

เป็นสัปดาห์ที่ลุ้นที่สุดว่าตูจะเจ็บม้ายยยย สุดท้ายก็... ไม่บอก...อ่านเอาเองสิ ^ ^

เขาชะโงก 32k
เขาชะโงก 32k


พุธ EASY RUN WITH 5 SPRINTS 55 นาที
TE 2.7 Recovery Time 16 ชั่วโมง Running Performance 41


จริงๆ แล้ววันนี้โปรแกรมซ้อมให้ทดสอบ Cooper แต่ดูอาการของเอ็นร้อยหวายแล้วยังไม่น่าไว้ใจ อย่างที่เล่าให้ฟังเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว คือมันไม่ถึงกับเจ็บ แต่ก็รู้สึกได้ว่าไม่ปกติ ครั้นจะหยุดไปเลยก็เสียดายเวลาว่างหลังเลิกงาน อีกอย่างโดยทั่วไป ช่วง 2-6 สัปดาห์ก่อนแข่ง เป็นช่วงที่ควรเก็บ mileage ให้สูงที่สุดในตารางซ้อม (ถ้าเป็นตารางของเราก็คือสัปดาห์ที่ 7-10) เราพลาดไปหนึ่งสัปดาห์แล้ว ไม่ควรพลาดอีก เลยเอาโปรแกรมวันพรุ่งนี้มาวิ่งแทนดีกว่า...เท้าเปล่าซะ จะได้วิ่งช้าๆ น่าจะไม่เป็นไร

วิ่งเสร็จไม่ได้เจ็บเพิ่มขึ้น แต่ก็ยังไม่ปกติอยู่ดี วิ่งเสร็จยืดน่อง ยืดแฮมนานๆ ก่อนนอนแช่น้ำแข็งรัวๆ

https://www.endomondo.com/users/862998/workouts/830910107


พฤหัส 12M:00S TEST

TE 3.5 Recovery Time 9 ชั่วโมง Running Performance 41

วันนี้ที่รอคอย วันที่เราจะแก้มือให้ ฯพณฯ Endo รู้ให้ได้ว่าฝีมือที่แท้จริงของเราเป็นยังไง เนื่องจาก Cooper Test คราวที่แล้วกากไปหน่อย Endo เลยกดตารางซ้อมเราซะต่ำเตี้ย (ซึ่งเราก็ไม่ซ้อมตามท่านสั่งอยู่ดี 555+) 

สภาพเอ็นร้อยหวายยังไม่ 100% เลยวอร์มนอกตารางไปก่อน 20 นาที ให้ความอุ่นช่วยคลายเอ็น บอกตัวเองรัวๆ...แค่ 7-8 รอบสนามเอง!! สู้หน่อยโว้ย!! อย่างไรก็ตาม ไอเท็มสำคัญที่สุดคือ "หัวลาก" ถ้าแกทำได้ จงหาหัวลากที่วิ่งดีกว่า ให้มาวิ่งนำในวัน Cooper Test เพราะเค้าจะวิ่งด้วยความเร็วสม่ำเสมอ หรือ ค่อยๆ วิ่งเร็วขึ้นเรื่อยๆ ได้ตามที่แกต้องการ ในขณะที่ถ้าแกวิ่งเอง แกจะอัดหมดสูบตั้งแต่นาทีแรกๆ แล้วแล็กติกก็จะท่วมขา วิ่งได้ซัก 6 นาทีก็จอดแล้ว...เชื่อเรา เราเป็นบ่อย 5555+

ขี้โม้แบบนี้แปลว่าสำเร็จใช่มั้ย?...เออสิ 555+ หลังส่งการบ้านข้อนี้ ฯพณฯ Endo ก็ปรับ pace วิ่งยาวของเราขึ้นมาเป็น 6:50 และคาดหมายสถิติมาราธอนให้ใหม่เป็น 4:34:43 ชม. เอ้อ!!!...อย่างงี้ค่อยเร้าใจหน่อย!!!

https://www.endomondo.com/users/862998/workouts/830649570

แล้วเอ็นแกล่ะป้อม?...ขอบคุณที่เป็นห่วง น่าแปลก ตอนวิ่งเสร็จอาการดูดีกว่าเมื่อวานที่วิ่งช้าๆ ซะอีก เรายืดเยอะๆ และแช่น้ำแข็งเหมือนเดิม ตื่นเช้ามาหายจ้อย!! หายแล้วว้อยยยย ^____^

เสาร์ EASY 13.00 KM
TE 2.3 Recovery Time 23 ชั่วโมง Running Performance 41

ถึงหายแล้วเราก็ไม่ชะล่าใจหรอกนะ เพราะเคยมีประสบการณ์ว่า หลังวิ่งไม่เป็นไรเลย แต่หลังจากนั้น 2 วัน แม้ไม่ได้ออกกำลังกายอะไรเลย แต่ตื่นเช้ามาเดินกะเผลกจ้อย

หมออธิบายว่า อาการบาดเจ็บมันมี limit ล่างของมันอยู่ สมมุติว่าการวิ่งทำให้เอ็นเราอักเสบ เราจะยังไม่รู้สึกเจ็บจนกว่าการอักเสบนั้นจะมากขึ้นจนถึงระดับหนึ่ง ซึ่งสิ่งที่จะทำให้เอ็นอักเสบเพิ่มขึ้นได้ก็คือการเดินในชีวิตประจำวันเรานี่แหละ ดังนั้นจึงเป็นไปได้ และพบเป็นประจำ ว่าเราจะเจ็บหลังวิ่งมาแล้ว 2-3 วัน ส่วนที่บางคนวิ่งปุ๊บเจ็บปั๊บ ก็เพราะการอักเสบจากการวิ่งครั้งนั้นมันรุนแรงจนถึง limit ล่างของความเจ็บเลย โดยไม่ต้องรอให้การเดิน มาเสริมทัพ

วันนี้เราเลยตั้งใจวิ่งให้ช้าสุดๆ ระดับโซน 2 ต้นๆ ... แกเอ๊ยยยย มันน่าเบื่อสุดๆ เมื่อยสุดๆ เพราะไม่ได้วิ่งช้าขนาดนี้มานาน วิ่งได้ 4 รอบ สรฟ. ตัดสินใจพอดีกว่า วิ่งเสร็จดูนาฬิกาเห็น HR เฉลี่ย 120 bpm ต่ำเกิ๊น หาวหวอดๆ ไม่ฟินอะไรเลยซักนิด  ทำให้พบว่า Endorphin มันจะมาเมื่อเหนื่อยถึงระดับหนึ่งนะ ไม่ใช่ว่าออกกำลังกายทุกครั้งแล้วมันจะมา

https://www.endomondo.com/users/862998/workouts/831268112


อาทิตย์ LONG RUN 31.00 KM
TE 4.1 Recovery Time 120 ชั่วโมง Running Performance 42

ลืมเล่าว่าเราเป็นหวัดมีน้ำมูกใสๆ ตั้งแต่เช้าวันเสาร์แล้ว วิ่งไปปาดไป เป็นทัศนะอุจาดอย่างยิ่ง คืนวันเสาร์ก็ยังไม่หาย เลยกินยาลดน้ำมูกไปเม็ดนึง ยาแรงจริงอะไรจริง กินแป๊บเดียวง่วงสุดๆ หลับรวดเดียวถึงตี 3 ตื่นมาพบว่าน้ำมูกกลายเป็นสีเหลืองแทน T_T วิ่งยาววันนี้จะรอดม้ายตู

อย่างที่เคยเล่าว่าเราชอบใช้สนามแข่งเป็นสนามซ้อม พอได้ตารางซ้อมก็พบว่าวันวิ่งยาวสัปดาห์นี้ตรงกับ งานเขาชะโงก 32k พอดี ก็สมัครล่วงหน้ารัวๆ สิคะ รออะไร วิ่งมา 6 ปีไม่เคยมาเพราะได้ข่าวว่าเส้นทางเป็นคอนกรีต ไม่ค่อยดีต่อสุขภาพเท้าเท่าไหร่ แต่เรามาวิ่งช้าๆ ไม่ได้มาแข่ง คงไม่เป็นไรมั้ง

ส่วนหนึ่งของเส้นทาง 32k เขาชะโงก
ส่วนหนึ่งของเส้นทาง 32k เขาชะโงก

เอาเข้าจริงก็มีถนนลาดยางเยอะอยู่นะ มีคอนกรีตเฉพาะในเขตโรงเรียนนายร้อยเท่านั้น เส้นทางก็ร่มรื่น รถน้อยสุดๆ มีช่วงก่อนและหลังกลับตัวกม. 20 เท่านั้น ที่ต้องวิ่งเข้าไปในเขตชุมชน ต้องดมควันรถกระบะเป็นระยะ เขาก็ไม่โหดเท่าไหร่ เทียบกับสัปดาห์ก่อนที่เขาชีจรรย์ เราว่าเส้นนั้นเขาโหดกว่า

อีกอย่างที่ชอบคือ staff เยอะดี ^ ^ มีทหารยืนตามหน้าปากซอยทุกซอย สงสัยเพื่อคอยกันนักวิ่งหัวใสลักไก่มาสมทบขบวน เพราะงานนี้คนชนะได้รับถ้วยจากพระหัตถ์สมเด็จพระเทพฯ เลย ไม่มี chip อีกต่างหาก สุ่มเสี่ยงมาก ตามแยกก็มีทหารบอกทาง จุดให้น้ำก็มีทหารประจำจุดอย่างเหลือเฟือ ไม่มีเหตุการณ์ "ตักน้ำไม่ทัน" แน่นอน 

โปรแกรมให้วิ่งเพซ 6:50 แต่เราตั้งใจว่าจะไม่ดูความเร็ว เป้าหมายของเราคือ ไม่ต้องอุ่นเครื่องที่โซน 2 เริ่มที่ต้นโซน 3 เลย แล้วเลี้ยงไว้ พอเลยกม. 21 ไปแล้ว ปล่อยให้ขึ้นมาที่ปลายโซนได้ ถ้าเจอเขาก็เอาที่สบายใจ แต่แน่นอน...ไม่เดิน วิ่งเสร็จมาดูผล อึ้งไปเลย ได้ความเร็วเฉลี่ย 6:49 เว้ยเฮ้ย!! 

https://www.endomondo.com/users/862998/workouts/831984961


ทำได้ตามแผนตลอดเส้นทาง สิ่งเดียวที่ยังไม่พอใจคือพอถึงกม. 30 เริ่มรู้สึกล้าแล้ว สำหรับมาราธอนเราควรแข็งแกร่งกว่านี้ปะวะ ต่อไปนี้อีก 1 เดือน จะพยายามเก็บ mileage ให้ครบถ้วนตามตารางซ้อมให้จงได้!! 



สิ่งนึงที่เริ่มรู้สึกหลังจากซ้อมมาราธอนมา 2 เดือนคือ...เรารักร่างกายตัวเองว่ะ ^___^ จริงๆ แล้วร่างกายเรามันน่ารักมากนะ เพียงแต่เรามองข้ามไป อย่างวันนี้ มันรู้ว่าเรากำลังเผชิญความยากลำบาก น้ำมูกเลยหยุดไหลให้ชั่วคราว หรืออย่างเมื่อวันพฤหัส เราใช้งานเอ็นหนักหน่วง มันก็ไม่ประท้วง และที่ผ่านมา ขาของเรามันก็ยอมให้เราใช้งานหนักกว่าคนทั่วไป เพื่อสร้างความสุขให้ตัวเอง มาตั้ง 5-6 ปี

เราเคยกล่าวโทษเอ็นข้อเท้าเรานะ น้ำตาไหลด้วย ว่าทำไมแกอ่อนแอจังวะ ทำไมแกไม่เป็นเหมือนเอ็นชาวบ้านเค้า...วันนี้เราซึ้งแล้ว เราเอาแต่เรียกร้องโดยไม่ตอบแทน ไม่ดูแล ที่สำคัญคือ ไม่เห็นความดีของมัน มองย้อนกลับไปสิ เวลา 99.9999% ของชีวิต ทุกองคาพยพในร่างกายต่างทำงานของตัวเองอย่างเต็มที่ที่สุด ให้เรามีชีวิตรอด หรือแม้แต่ไล่ตามฝัน แต่เรากลับเอาเวลา 0.0001% ที่มันป่วยไข้ มากล่าวโทษมัน ทั้งที่เอาเข้าจริง ความป่วยไข้นั้น เราเป็นคนทำขึ้นมาทั้งสิ้น

วันนี้เรากอดคอคุยกับเอ็นใต้ตาตุ่มและร้อยหวายเท้าขวา สัญญากับมันว่า ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ไม่ต้องเป็นห่วง...เรารักแกเสมอ

Weekly Mileage 56.39 กม. 

Monday, June 29, 2015

รีวิวนาฬิกา Wellograph | 4 comments:



Cr. wellograph.com


รีวิวนี้ไม่เน้นรูปถ่ายนะคะ อยากดูรูปนาฬิกาในทุกแง่มุม ดูได้จากรีวิวอื่นโดย search ด้วยคำว่า “Wellograph รีวิว” มีในอินเตอร์เน็ตเพียบค่ะ “แกะกล่อง” ก็ไม่มี เพราะไม่รู้จะให้ดูของอื่นในกล่องไปทำไม

รีวิวนี้จะเน้นไปที่การใช้งาน โดยจะลงรายละเอียดว่า activity tracker ในรูปแบบนาฬิกาตัวนี้ทำอะไรได้บ้าง พร้อมทั้งให้ความรู้เพิ่มเติมที่เกี่ยวข้อง แบบที่คุณจะไม่เจอในรีวิวอื่นๆ และปิดท้ายด้วยความเห็นส่วนตัวจากการได้ทดลองใช้ประมาณ 3 สัปดาห์ มาดูกันเลยดีกว่าค่ะ

Friday, May 1, 2015

วิ่งทันโลก 22: 3 อัลตร้ามาราธอนสุดโหดของโลก | No comments:

คอลัมน์วิ่งทันโลก
Thai Jogging Magazine ฉบับประจำเดือนเมษายน 2558
โดย oorrunningblog


เชื่อว่าถึงวันนี้ หลายคนคงเริ่มเตรียมตัวสำหรับงานสวนพฤกษ์อัลตร้ามาราธอน 10 ชั่วโมง ที่จะจัดขึ้นต้นเดือนหน้าแล้วใช่มั้ยคะ งานวิ่งตากแดดในเดือนพฤษภาคม ที่อุณหภูมิทะลุขึ้นไปสูงกว่า 40 องศาเซลเซียส แต่คนแย่งกันสมัครจนประเภทเดี่ยวเต็มโควตาภายใน 2 วัน...นี่แหละค่ะนักวิ่ง...ยิ่งโหดก็ยิ่งท้าทาย วันนี้วิ่งทันโลกก็เลยเอาการแข่งขันอัลตร้ามาราธอนสุดโหด ที่นักวิ่งอัลตร้าฯ ทั่วโลกรู้จักกันดีมาเล่าสู่กันฟัง เผื่อว่าจบงานสวนพฤกษ์แล้วมีใครอยากมองหางานที่ท้าทายยิ่งๆ ขึ้นไป จะได้เริ่มเตรียมตัวและเตรียมตังค์กันเลย

Badwater Ultramarathon


Badwater Marathon


Friday, April 3, 2015

วิ่งทันโลก 21: วิ่งฟรุ้งฟริ้งก็อายุยืนได้ | No comments:

คอลัมน์วิ่งทันโลก
Thai Jogging Magazine ฉบับประจำเดือนมีนาคม 2558
โดย oorrunningblog



ฉบับที่แล้ววิ่งทันโลกได้พูดถึง ที่สุดแห่งปี 2014 ของวงการวิ่งมาราธอน ซึ่งจัดอันดับโดยนิตยสาร Runner’s World อันที่จริงเค้าจัดอันดับไว้หลายสาขาแต่เราเอามาเล่าเพียงบางส่วนเท่านั้น ในฉบับเดือนมีนาคมนี้จึงได้เลือกอีกหนึ่งสาขาที่น่าสนใจมาขยายความให้อ่านกันค่ะ ซึ่งก็คือ งานวิจัยแห่งปี 2014 นั่นเอง

งานชิ้นนี้มีชื่อว่า Leisure-Time Running Reduces All-Cause and Cardiovascular Mortality Risk หรือแปลเป็นไทยแบบเข้าใจง่ายๆ ว่า วิ่งฟรุ้งฟริ้งก็อายุยืนได้ สรุปใจความคือ

การวิ่งเพียงวันละ 5-10 นาที ช้าๆ สามารถลดความเสี่ยงต่อการตายก่อนวัยอันควรจากทุกสาเหตุ และการตายจากโรคหัวใจอย่างมีนัยสำคัญ
วิ่งฟรุ้งฟริ้ง ก็อายุยืนได้

Friday, March 6, 2015

วิ่งทันโลก 20: 5 ที่สุดแห่งปี 2014 ของวงการวิ่งมาราธอน | No comments:

คอลัมน์วิ่งทันโลก
Thai Jogging Magazine ฉบับประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2558
โดย oorrunningblog



เข้าเดือนที่สองของปี 2015 แล้ว หวังว่าคงยังไม่สายเกินไปนะคะถ้าวิ่งทันโลกจะนำเสนอที่สุดแห่งปี 2014 ของวงการวิ่งมาราธอน การจัดอันดับนี้อ้างอิงจากการคัดสรรโดยนิตยสาร Runner’s World ของสหรัฐอเมริกา ดังนั้นถ้ามีสาขาใดที่ผู้ชนะขัดแย้งกับความรู้สึกของท่านผู้อ่าน ก็ไปกระชากมงฯจากฝรั่งเอาเองนะคะ ข้าพเจ้าไม่เกี่ยว 555+ เอาล่ะ เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เรามาเริ่มกันเลยดีกว่า

1) นักวิ่งแห่งปี: เม็บ เคเฟลซิกี (MEB KEFLEZIGHI)


BIB ของ MEB ในบอสตันมาราธอน 2014
BIB ของ MEB ในบอสตันมาราธอน 2014

Friday, January 2, 2015

วิ่งทันโลก 18: เริ่มจากเดินอยู่กับที่ จนวันนี้เขาจบฮาล์ฟมาราธอน | 6 comments:

คอลัมน์วิ่งทันโลก
Thai Jogging Magazine ฉบับประจำเดือนพฤศจิกายน 2557
โดย oorrunningblog



กลางเดือนตุลาคมที่ผ่านมามีชายน้ำหนัก 107 กก.คนหนึ่ง ลงแข่งฮาล์ฟมาราธอนเป็นครั้งแรกในชีวิตของเขาค่ะ อาจจะฟังดูธรรมดา แต่ถ้าบอกว่าเมื่อสองปีที่แล้ว เขาหนัก 283 กก. ซึ่งคนหนักขนาดนี้ แค่เดินก็ยากแล้ว แต่วันหนึ่งเขาตัดสินใจปฏิวัติตัวเอง โดยใส่การออกกำลังกายเข้าไปตั้งแต่แรกของการลดน้ำหนัก และผลของการเก็บเล็กผสมน้อยเป็นเวลา 2 ปีนี่เอง ทำให้เขามาถึงวันนี้ได้ ...เริ่มน่าสนใจมากขึ้นแล้วใช่มั้ยคะ วิ่งทันโลกฉบับนี้ขอเล่าเรื่องของเขาเพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้อ่านน้ำหนักเกิน ที่กำลังจะเริ่ม “วิ่งสู่ชีวิตใหม่” แบบชายผู้นี้กันค่ะ

ไบรอัน เฟลมมิง คือชื่อของเขา ชายวัย 32 ปีจากรัฐมิชิแกน สหรัฐอเมริกา เขาอ้วนตั้งแต่เด็ก พ่อแม่ก็อ้วน แต่เริ่มมาอ้วนแบบหยุดไม่อยู่หลังจากจบมัธยมปลาย ความอ้วนทำให้เขาเป็นโรคผิวหนังอักเสบ (cellulitis) ที่ขา ต้องเทียวเข้าออกโรงพยาบาลอยู่เนืองๆ ความดันสูงในระดับที่เป็นอันตราย และใกล้จะเป็นเบาหวานอยู่รอมร่อ ในที่สุดความทุกข์เกี่ยวกับสุขภาพก็ทำให้เขาเป็นโรคซึมเศร้า ติดเหล้าเรื้อรัง และต้องออกจากการเรียนมหาวิทยาลัยในที่สุด

ไบรอัน เฟลมมิง ตอนหนัก 283 กก
Before

Friday, December 5, 2014

วิ่งทันโลก 17: เพราะวิ่ง...เราจึงเป็นเช่นฉะนี้ ภาคจบ | No comments:

คอลัมน์วิ่งทันโลก
Thai Jogging Magazine ฉบับประจำเดือนตุลาคม 2557
โดย oorrunningblog



จากภาค 1 เราได้เล่าไปแล้วว่า ดร.แดเนียล ลีเบอร์แมน และ ดร. เดนิส แบรมเบิล ได้เสนอข้อสรุปอย่างหนึ่งที่ถือเป็นเรื่องใหม่ในวงการวิทยาศาสตร์ว่า ความสามารถในการวิ่งระยะไกล เป็นคุณสมบัติที่ทำให้บรรพบุรุษของเรารอดชีวิตมาสืบเชื้อสายต่อไป ไม่สูญพันธุ์เหมือน ออสตราโลพิเทคัส  (Australopithecus) ลิงไร้หางชนิดหนึ่งที่เป็นต้นตระกูล 

ข้อสรุปนี้สั่นสะเทือนวงการ เพราะขัดแย้งกับทฤษฎีที่รู้จักกันทั่วไปก่อนหน้านี้ที่ว่า การวิ่งเป็นเพียงผลพลอยได้ของการเดินตัวตรงโดยใช้สองขา (Bipedalism ) เท่านั้นเอง ไม่ได้เป็นจุดเปลี่ยนของวิวัฒนาการมนุษย์แต่อย่างใด


เพราะวิ่ง เราจึงเป็นเช่นฉะนี้



Friday, November 14, 2014

8 กลยุทธ์สุดเวิร์คสู้เตียงดูด | 8 comments:

วิ่งเวลาไหนดีที่สุด? เชื่อว่าทุกคนก็คงรู้อยู่แล้วใช่มั้ยคะว่าคำตอบคือ...เวลาไหนก็ได้ที่ว่าง และถ้าจะให้ดีควรวิ่งเวลาเดิมทุกครั้ง เพื่อให้เกิดเป็นกิจวัตรและกลายเป็นนิสัยต่อไป

แต่สำหรับคนที่เลือกแล้วว่าจะวิ่งตอนเช้ามืด เพราะอากาศเย็นสบายและ make sure ว่ามีเวลาวิ่งแน่ๆ (ไม่เหมือนการเลือกวิ่งตอนเย็น ที่อาจมีข้ออ้างว่าทำงานเหนื่อยมาทั้งวัน หรือโดนธุระอื่นเข้าแทรก) บางครั้งถึงแม้จะตั้งใจแค่ไหน แต่พอเสียงนาฬิกาปลุกดังปุ๊บกลับลุกไม่ขึ้นซะงั้น จะตื่นอีกทีก็ตอนที่ต้องลุกขึ้นอาบน้ำแต่งตัวไปทำงานแล้วนั่นแหละ T_T

8 กลยุทธสุดเวิร์คสู้เตียงดูด
Icon Cr. Luis Prado from the Noun Project

อาการนี้รู้จักกันทั่วไปในชื่อ "เตียงดูด" นักวิ่งไม่ว่าจะหน้าใหม่หน้าเก่า ต่างเคยเป็นผู้ประสบภัยเตียงดูดมาแล้วทั้งนั้น เราก็เป็นหนึ่งในนั้นค่ะ ^ ^" แต่เมื่อประสบการณ์มากขึ้น อาการก็ทุเลาลงจนหายไปในที่สุด วันนี้เราจึงขอแชร์กลยุทธ์ทั้ง 8 วิธี ที่ใช้แล้วได้ผลกับตัวเอง ใช้เดี่ยวๆบ้าง ใช้เสริมกันหลายๆดาบบ้าง แล้วแต่ดีกรีความขี้เกียจ ลองทรรศนาดูค่ะ

Friday, November 7, 2014

วิ่งทันโลก 16: เพราะวิ่ง...เราจึงเป็นเช่นฉะนี้ ภาค 1 | 2 comments:

คอลัมน์วิ่งทันโลก
Thai Jogging Magazine ฉบับประจำเดือนกันยายน 2557
โดย oorrunningblog



เคยเป็นแบบนี้กันหรือเปล่าคะ วิ่งได้ไม่เท่าไหร่ก็เจ็บ วิ่งไกลหน่อยก็เจ็บ วิ่งมากหน่อยก็เจ็บ ถ้าไม่เจ็บแบบเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่าก็เปลี่ยนจุดเจ็บจนทั่วตัวไปหมดแล้ว หรือบางคน ไม่ว่าจะวิ่งมากแค่ไหน วิ่งมานานหลายปีแค่ไหน ก็ยังต้วมเตี้ยมเตาะแตะเหมือนเดิม ได้แต่มองดูเพื่อนที่เริ่มวิ่งมาด้วยกัน หรือแม้แต่เพื่อนที่วิ่งหลังเราตั้งหลายปีทำสถิติใหม่กันโครม ๆ

เคยมีแว้บนึงในความคิดมั้ยคะ ที่บอกตัวเองด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจว่า “พระเจ้าคงไม่ได้ให้เราเกิดมาเป็นนักวิ่งหรอก เลิกเถอะ ไปเอาดีทางอื่นเถอะ” วันนี้วิ่งทันโลกมีอะไรจะเล่าให้ฟัง ตามประสาคนหัวอกเดียวกันค่ะ ^ ^

ผู้อ่านบางคนอาจเคยได้ยินชื่อ ดร.แดเนียล ลีเบอร์แมน นักมานุษยวิทยาจาก ม. ฮาร์วาร์ด ที่โด่งดังจากงานวิจัยเรื่องการวิ่งเท้าเปล่ากันมาบ้างแล้วนะคะ อันที่จริงก่อนหน้านี้ เขากับ ดร. เดนิส แบรมเบิล นักชีววิทยาจาก ม. ยูทาห์ ได้ผลิตงานวิจัยว่าด้วยการวิ่งระยะไกลออกมามากมาย ทั้งหมดตอกย้ำแนวคิดที่ว่า แท้จริงแล้ว มนุษย์ทุกผู้ทุกนามล้วนเกิดมาพร้อมกับศักยภาพในการวิ่งระยะไกล 

เพราะวิ่ง เราจึงเป็นเช่นฉะนี้
Cr. paleoillustration


Friday, October 10, 2014

รวมฮิต 50 โพสต์ | 2 comments:


เราเขียนบล็อกมาครบ 150 โพสต์แล้วค่ะ ฮูเร่!!!

เพื่อฉลองวาระนี้ เราขอทบทวนวรรณกรรมของ 50 บล็อกโพสต์ล่าสุด ตั้งแต่วันที่ 28 เมษา 2013 ซึ่งถ้านับถึงวันนี้ก็ประมาณ 1 ปี 6 เดือน เพื่อให้ผู้อ่านเห็นภาพรวมล่าสุดของบล็อกเรา และเพื่อขุดโพสต์เก่าๆ ที่อาจหลงหูหลงตามาขายอีกรอบด้วย ^ ^ ส่วน 100 โพสต์แรก ที่เขียนไว้สมัยสาวๆ เราได้ทำรวมฮิตไว้รอบนึงแล้ว จึงไม่ได้เอามารวมในที่นี้ ใครสนใจก็ตามไปอ่านโลดค่ะ

Friday, September 12, 2014

วิ่งทันโลก 14: เก้าอี้พิฆาต | 2 comments:

คอลัมน์วิ่งทันโลก
Thai Jogging Magazine ฉบับประจำเดือนกรกฎาคม 2557
โดย oorrunningblog


เพื่อนนักวิ่งทุกคนคงคิดเหมือนกันใช่มั้ยคะว่า “ฉันวิ่งเยอะ ฉันออกกำลังกายเป็นประจำ ฉันห่างไกลโรค เย่!!” ขอแจ้งข่าวร้ายว่าคุณคิดผิดค่ะ

ตั้งแต่บทความที่ชื่อ “ยืนขึ้นซะ!! ตอนคุณอ่านเรื่องนี้” หรือ “Stand Up While You Read This!” ถูกตีพิมพ์ลงในหนังสือพิมพ์นิวยอร์คไทมส์ เมื่อ 4 ปีที่แล้ว ประกอบกับงานวิจัยที่ทยอยกันออกมาสนับสนุน ฝรั่งผู้รักสุขภาพก็เริ่มตื่นตัว และพากันปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตให้สอดคล้องกับคำแนะนำในบทความดังกล่าว เพิ่มขึ้นทุกปีๆ

แล้วบทความนี้บอกอะไรหรือ? 


เคยได้ยินคำว่า “potato couch” หรือที่เราแปลเป็นไทยเอาเองว่า “มนุษย์โซฟา” มั้ยคะ มันเป็นคำเรียกคนไม่ชอบออกกำลังกาย ที่มักใช้เวลาว่างจมอยู่กับการดูโทรทัศน์ หรือเล่นเกม หรือทำอะไรก็แล้วแต่ที่ไม่ได้ขยับเขยื้อนร่างกาย 

ในสายตาของพวกเราชาวนักวิ่ง คงมองว่าคนเหล่านี้เสี่ยงต่อโรคสารพัดชนิด ไม่ว่าจะเป็น โรคอ้วน เบาหวาน ความดัน หัวใจ ฯลฯ ใช่มั้ยคะ คุณคิดถูกแล้ว แต่สิ่งหนึ่งที่บทความ “Stand Up While You Read This!” ตบหน้าเราก็คือ พวกเราชาวนักวิ่ง (รวมถึงนักกีฬาอื่นๆ ด้วย) ก็จัดเป็น “มนุษย์โซฟา” ได้เหมือนกัน ถ้าเรานั่งมากเกินไป และการออกกำลังกาย ไม่สามารถชดเชยผลเสียของการนั่งมากเกินไปได้เลยแม้แต่น้อย!!

นั่งมากเกินไป ก็อันตรายพอๆ กับสูบบุหรี่
นั่งมากเกินไป ก็อันตรายพอๆ กับสูบบุหรี่นั่นแล
Cr. whataboutwilma.com

Friday, September 5, 2014

Run and Ride | 2 comments:

คอลัมน์ Run and Ride
Thai Jogging Magazine ฉบับประจำเดือนเมษายน 2557
โดย องค์อร รัตนนาถถาวร


เคยใฝ่ฝันอะไรกันไว้บ้างคะเมื่อยามที่คุณยังอยู่ในร่างเก่า

ร่างสมัยที่แค่เดินขึ้นสะพานลอยก็เหนื่อยแล้ว เปิดทีวีเห็นรายการเกาะติดคนไทยปีนเขาเอเวอเรสต์ เปิดนิตยสารเห็นบทสัมภาษณ์สองสามีภรรยา คุณหมู-คุณวรรณ ที่ปั่นจักรยานรอบโลก หรือแม้แต่เดินไปซื้อปาท่องโก๋หน้าปากซอยแล้วเห็นคุณลุงข้างบ้านจ็อกกิ้งทุกเช้า

ฉันชื่นชมผู้คนที่ทำกิจกรรมอันต้องการความแข็งแรงของร่างกายทั้งหลายเหล่านี้เสมอมา ส่วนไอ้เรื่องอยากจะทำให้ได้เหมือนเขา...ก็คงมีบ้างในใจลึกลื้กกกกแบบเจียมเนื้อเจียมตัว เปรียบไปก็คงเหมือนความอยากขึ้นไปในอวกาศเพื่อมองกลับมาเห็นดาวเคราะห์สีน้ำเงินเต็มๆ ใบสักครั้งในชีวิต ในขณะที่แค่จะเรียนอะไรเพื่อให้ควอลิฟายเป็นมนุษย์อวกาศก็ยังไม่รู้เลย

แต่แล้วในวันหนึ่งเมื่อตระหนักว่า...เฮ้ย!! ตูมีร่างสองแล้วนี่หว่า ความฝันทั้งหลายที่เคยตกตะกอนอยู่ก้นใจก็ถูกกวนให้ฟุ้งกระจายขึ้นมาอีกครั้ง...ก็ทำไมจะทำไม่ได้ล่ะ ในเมื่อการวิ่ง บ่มเพาะร่างใหม่ของเราทั้งความแข็งแรง การจัดสรรเวลา และทัศนคติประเภท “ถ้ามัวแต่รอโอกาสเหมาะๆ สภาพแวดล้อมดีๆ แล้วค่อยทำ ...คุณจะไม่ได้ทำอะไรเลย” และ “ศักยภาพของคุณจะสิ้นสุดลงที่จุดใด ...มีแต่คุณเท่านั้น ที่จะเป็นผู้กำหนด” ดังนั้นฉันจึงเริ่มก้าวแรกอย่างไม่รอช้าด้วยโปรเจค “วิ่งไปปั่นไป” นั่นเอง

ปั่นจักรยานไปงานวิ่ง เขื่อนแควน้อย พิษณุโลก
หน้าเส้นชัยงานวิ่งเขื่อนแควน้อยฯ พิษณุโลก

Tuesday, July 8, 2014

วิ่งทันโลก 13: คาถาเพิ่มความอึด | No comments:

คอลัมน์วิ่งทันโลก
Thai Jogging Magazine ฉบับประจำเดือนพฤษภาคม 2557
โดย oorrunningblog


เป็นที่รู้กันทั่วไปมานานแล้วว่า กายและจิต เป็นภาพสะท้อนซึ่งกันและกัน หนังสือที่ว่าด้วยการพัฒนาตนเองทั้งหลายจึงมักเริ่มบทแรกด้วยการให้ผู้อ่านจินตนาการถึงเป้าหมายที่อยากได้อยากเป็น จากนั้นก็อบรมจิตให้ เชื่อ ว่าเรามี-เราเป็นอย่างที่ต้องการเรียบร้อยแล้ว เพื่อให้ความเชื่อนี้ ส่งภาพสะท้อนให้ร่างกายพาเราไปสู่เป้าหมายที่แจ่มชัดอยู่ในใจในที่สุด

ในโลกของนักวิ่ง คิดว่าพวกเราคงเคยใช้วิธี สะกดจิตตัวเอง กันมาแล้วทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นแนวหน้า ที่บอกตัวเองขณะวิ่งหายใจรดต้นคอคู่แข่งในแมทช์แห่งศักดิ์ศรีว่า “ถึงปีนี้เราจะเคยแพ้นายมาแล้ว 2 ครั้ง แต่มันไม่มีครั้งที่ 3 หรอกเฟ้ย !!” หรือแนวน่ารัก ที่บอกตัวเองในกิโลเมตรที่ 35 ว่า “ถึงจะเราจะทาก แต่ขอประกาศให้โลกรู้ว่าเราถึก ถึงตายก็ไม่มีวันยอม DNF แน่นอน !!” และพวกเราทุกคนคงรู้ดีว่า ถ้า เชื่อ ในคำพูดเหล่านี้อย่างแท้จริง และท่องมันไว้ตลอด ร่างกายของเราจะข้ามพ้นความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า และทำผลงานได้ตามที่เชื่อจริงๆ ราวกับคำพูดเหล่านี้เป็นคาถาอาคมจากเกจิอาจารย์ก็ไม่ปาน

เมื่อปีที่แล้ว มีงานวิจัยชิ้นแรกในแวดวงจิตวิทยาการกีฬา ที่พิสูจน์ให้เห็นว่าคาถาเหล่านี้มีผลต่อความอดทนจริงๆ ไม่ใช่แค่เราที่คิดไปเอง วิ่งทันโลกฉบับนี้จึงขอนำมาเล่าสู่กันฟังค่ะ

Tuesday, February 18, 2014

วิ่งทันโลก 8: ทีมฮอยท์ (Team Hoyt) | 5 comments:

คอลัมน์วิ่งทันโลก
Thai Jogging Magazine ฉบับประจำเดือนธันวาคม 2556
โดย oorrunningblog


เพื่อนนักวิ่งคงยังจำเหตุการณ์ระเบิดในบอสตันมาราธอนเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมาได้ใช่มั้ยคะ ระเบิดเกิดขึ้นใกล้เส้นชัยหลังปล่อยตัวประมาณ 4 ชั่วโมง ทำให้นักวิ่งอีกหลายพันคนที่ยังมาไม่ถึงจำเป็นต้อง DNF ไปโดยปริยาย สองคนในนั้นคือชายชราวัย 73 ปีที่กำลังวิ่งพร้อมทั้งเข็นชายพิการวัยกลางคนในวีลแชร์ ห่างจากเส้นชัยเพียงไม่ถึงหนึ่งไมล์รวมอยู่ด้วย

ก่อนหน้านี้หนึ่งสัปดาห์ พวกเขาเพิ่งไปร่วมงานเปิดรูปปั้น ที่สปอนเซอร์หลักของบอสตันมาราธอนสร้างให้คนทั้งคู่...อะไรทำให้พวกเขา ซึ่งโลกรู้จักในนาม ทีมฮ้อยท์ (Team Hoyt) ได้รับเกียรติถึงเพียงนี้ วันนี้วิ่งทันโลกจะเล่าให้ฟังค่ะ



Sunday, November 3, 2013

วิ่งทันโลก 5: ยูกิ คาวาอูชิ: นักวิ่งออฟฟิศ sub 2:09 | 11 comments:

คอลัมน์วิ่งทันโลก
Thai Jogging Magazine ฉบับประจำเดือนกันยายน 2556
โดย oorrunningblog


ปัจจุบัน แม้องค์กรหลายแห่งจะสนับสนุนให้พนักงานหันมาออกกำลังกายอย่างจริงจัง แต่เรามักได้ยินเหตุผลต่อการผัดผ่อนโอกาสดีๆ ที่องค์กรหยิบยื่นให้อยู่เนืองๆ อาทิเช่น ต้องทำงานรอบดึก งานยุ่ง ไม่มีเวลา ไม่ว่าสิ่งเหล่านี้จะเป็นเหตุผลจริงๆ หรือเป็นเพียงข้ออ้าง วันนี้วิ่งทันโลกมีเรื่องราวของ “นักวิ่งออฟฟิศ” อย่างเราๆ ท่านๆ คนหนึ่งมาฝากค่ะ

เรื่องของเขาเป็นประเด็นที่ถูกกล่าวขวัญถึงในวงการวิ่งมาราธอนอย่างกว้างขวางเมื่อไม่นานมานี้ เพราะไม่เพียงแต่บริหารเวลาเพื่อฝึกซ้อมจนวิ่งเต็มมาราธอนได้ เขายังทำสถิติได้ดีในระดับประเทศอีกด้วย ลองอ่านเรื่องของ ยูกิ คาวาอูชิ เพื่อเป็นแรงบันดาลใจดูค่ะ

ยูกิ คาวาอูชิ นักวิ่งมาราธอน

Sunday, October 20, 2013

บทเรียนชีวิต 10 ประการ ที่การวิ่งมอบให้เรา | 4 comments:

เจอบทความของฝรั่งอันนึงที่เพื่อนนักวิ่งแชร์ไว้ในเฟสบุ๊ค โดนใจเกินกว่าจะยอมให้เลือนหายไปกับกาลเวลา จึงขอนำมาบันทึกไว้ในที่นี้ ...ไม่ได้แปลมาตรงๆ แต่เรียบเรียงตามความรู้สึกของเราเอง

อ่านแล้ว ชวนให้นึกถึงข้อความในอีเมลของเพื่อนคนนึง
นั่นสินะ ...แท้จริงแล้ว การวิ่งกับชีวิต...ล้วนไม่ต่างกันเลย  

ปฏิมากรรมรูปหัวใจ ที่ Hilton พัทยามาราธอน

บทเรียนชีวิต 10 ประการ ที่การวิ่งมอบให้เรา

Friday, January 25, 2013

นิทานปลาดาว (1) | 11 comments:

ย้อนกลับไปเมื่อ 20 ปีที่แล้วสมัยที่เรายังเรียนมัธยม อาจารย์ที่รักมากท่านหนึ่งได้เล่านิทานเรื่องนี้ให้ฟังในชั่วโมงภาษาไทย เมื่อมีคนถามถึงความหมายของเพลง “น้อยก็หนึ่ง” ของอารักษ์ อาภากาศ น่าเสียดายที่วันนั้นเราโดดเรียน (แหะๆ) แต่ด้วยความทรงพลังของเรื่องเล่า ทำให้ในวันถัดไปเพื่อนสนิทต้องนำมาเล่าต่ออย่างตื่นเต้น จากวันนั้น นิทานปลาดาวก็ติดอยู่ในหัวใจของเราตลอดมา 

เมื่อมีปรากฏการณ์ที่น่าประทับใจเกิดขึ้นในวงการนักวิ่ง (ซึ่งจะได้เล่าในคราวถัดไป) นิทานปลาดาวก็ถูกเรียกออกมาจากลิ้นชักความทรงจำโดยอัตโนมัติ ไม่มีเรื่องเล่าใดจะเหมาะสมกับปรากฏการณ์ดังกล่าวเท่าเรื่องนี้อีกแล้ว เราค้นข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตเพื่อตรวจเช็คว่ามีอะไรตกหล่นไปบ้างไหม หลังจากเก็บไว้เงียบๆ ไม่ได้เล่าให้ใครฟังมา 20 ปี จึงได้พบว่านิทานปลาดาวคือเรื่องเล่ายอดฮิตของชาวค่ายอาสาฯ (จริงหรา!! เค้าก็ออกค่ายนะ ทำไม่ไม่เคยได้ยินแว้) และที่ทำให้ประหลาดใจกว่านั้นก็คือ จริงๆแล้วมันเป็นนิทานสร้างแรงบันดาลใจที่ฮิตมากของฝรั่ง ฝรั่งหลายคนเล่าต่อๆกันมาโดยไม่รู้ว่าต้นฉบับคือใคร บางคนใส่เครดิตว่า anonymous เสียด้วยซ้ำ

นิทานปลาดาว

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...
Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...