Wednesday, September 19, 2012

รีวิวนาฬิกา GPS สำหรับนักวิ่ง GARMIN FR110 (ภาค 2) | 18 comments:

จริงๆอยากตั้งชื่อโพสต์ให้หวือหวากว่านี้ แต่เกรงว่าเวลา search ด้วย search engine แล้วจะหาไม่เจอ เสียดาย อยากให้ได้อ่านกันเยอะๆ เพราะรีวิวนาฬิกาสำหรับนักวิ่งที่เป็นภาษาไทยช่างหายากเสียเหลือเกิน (ไม่นับรีวิวแบบไม่ได้ใช้เองกับมือนะ)

ที่นำ FR110 กลับมารีวิวอีกครั้ง ก็เพราะอยากบันทึกเป็นอนุสรณ์แด่เธอ เจ้าการ์มินน้อยกลอยใจ เนื่องจากสายของเธอได้ขาดลงแล้วอย่างสงบ ในวันที่ 5 กันยายน ศิริรวมอายุได้ 1 ปี 7 เดือนครึ่ง วิ่งเป็นเพื่อนเรามาทั้งหมด 2,616 กม. ...เพียงแค่สายขาด แต่เราอาจจะยกเธอขึ้นหิ้ง เนื่องจากสายของ FR110 ไม่เหมือนของนาฬิกาปกติ มันเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับตัวเรือน ไม่มีรอยต่อ ดังนั้นเมื่อขาดแล้วจึงไม่สามารถหาสายใหม่มาต่อเข้าที่ joint นั้น ทำได้อย่างเดียวคือเอากาวแปะ ซึ่งไม่เวิร์คแน่เพราะจุดที่ขาดต้องรับแรงดึงทุกครั้งที่มีการใส่เข้าถอดออก เราพิ'นาแล้วว่า หาเพื่อนใหม่คู่กายง่ายกว่า ส่วนเจ้าหล่อน จงเข้าไปอยู่ใน Hall of Fame ให้ลูกให้หลานได้ดูสืบไปเถิด

นาฬิกา GPS garmin FR110, ผู้หญิง


Wednesday, September 12, 2012

สาส์นแด่นักวิ่งหน้าใหม่ | 3 comments:

ตั้งแต่หนังเรื่อง รัก 7 ปี ดี 7 หน ตอน 42.195 ออกฉาย เพื่อนนักวิ่งทุกคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า สนามซ้อมของแต่ละคนมีนักวิ่งหน้าแปลก เอ๊ย หน้าใหม่ เพิ่มขึ้นอย่างผิดหูผิดตา สอดคล้องกับสถิติผู้เข้าชม blog ของเราซึ่งเพิ่มพรวดพราดจากวันละ 40-50 ครั้ง (จุ๋มจิ๋มอย่างยิ่ง น่าอายจัง แหะๆ)  เป็นประมาณวันละ 100 ครั้งต่อเนื่องยาวนานเป็นเดือน นับจากวันแรกที่หนังออกฉายอย่างเป็นทางการ


นอกจากนี้ งานวิ่งเกร๋ๆในเมืองอย่าง ADIDAS King of the Road ที่จัดในเดือนกรกฎาคม ขณะที่กระแสแรงสุดๆ ยังเกิดปรากฏการณ์คนสมัครเต็มจำนวนจนหลายคนต้องอกหักเพราะโดนมั่วเอาชิปไปขายคนอื่น  อีกทั้งน้ำก็ขาด เพราะคลื่นมหาชนนักวิ่งล้นหลามเกินระบบจะรองรับ ในงานอินเตอร์ต่อๆมาเช่น Bangkok Post Minimarathon หรือ TMB Park Run ก็ได้อานิสงส์จากกระแสนี้ไม่ต่างกัน

ข้อสังเกตทั้งสองประการนี้ (นั่นคือคนออกมาหัดวิ่งมากขึ้น และออกมาร่วมงานวิ่งมากขึ้น) ทำให้เราสรุปได้ว่า กระแสจากหนังปลุกให้คนออกมาเริ่มต้นหัดวิ่งเพื่อลงแข่งขันมาราธอนในท้ายที่สุด แบบเดียวกับที่"หล่อน"ทำนั่นเอง (แต่อาจไม่มีเทรนเนอร์ที่ยิ้มกระชากใจเท่านิชคุณเท่านั้น)

Tuesday, August 7, 2012

race 26: back on track | 6 comments:

วิ่งผลัด 2:30 ชม. Ultra Marathon สวนพฤกษ์ 2012

เป้าหมายที่ชัดเจน ท้าทายแต่เป็นไปได้ และความต้องการที่จะบรรลุเป้าหมายนั้นอย่างไม่มีอะไรมาเทียบเทียม (กำลังพยายามอธิบายคำภาษาอังกฤษว่า No compromise) สองสิ่งนี้เราบอกแก่เพื่อนนักวิ่งหน้าใหม่หลายๆคนที่กำลังฝึกเพื่อเพิ่มระยะทางขึ้นสู่ระดับมินิมาราธอนหรือฝึกเพื่อสถิติใหม่อยู่เสมอ เพื่อเป็นคาถาสำหรับก้าวข้ามอาการท้อแท้ หรือหมดไฟในการวิ่ง นอนนิ่งจมปลัก ไม่ได้จำใครมาแต่เป็นประสบการณ์ตรงที่พบและผ่านมาแล้วหลายครั้งหลายหนในระยะเวลาเกือบ 2 ปีของชีวิตการเป็นนักวิ่งของเรา



Sunday, August 5, 2012

ชงเองกินเอง 4: มายองเนสโฮมเมดสูตรไม่หวานและทาทาร์ซอส | No comments:

อาหารก่อนวันวิ่งแน่นอนว่าต้องเน้นคาร์โบไฮเดรต แต่ก็ต้องมีโปรตีนและผักผลไม้ร่วมด้วย โปรตีนที่เหมาะสำหรับนักวิ่งควรเป็นเนื้อสัตว์ที่ย่อยง่าย เพื่อไม่ให้หลงเหลืออยู่ในท้องตอนวิ่ง ส่วนรสชาติก็ควรเป็นอาหารรสไม่จัด ป้องกันอาการเสาะท้อง แสบท้อง (ข้าพเจ้าชอบลืมตัว กินของแซ่บๆตอนเย็นวันเสาร์เป็นประจำ กินเสร็จแล้วเพิ่งคิดออก อยากเขกหัวตัวเองอยู่บ่อยครั้ง) ตัวเลือกที่เหมาะสมจึงเป็นปลาและสลัด

แต่น้ำสลัดที่ขายในตลาดเมืองไทยมันช่างหวานแสบทรวงเหลือเกิน นักวิ่งคนนี้ไม่อยากอ้วนฮ่ะ จึงลงมือทำมายองเนสเองซะเลย สูตรนี้ เป็นสูตรที่ใช้ในโรงแรม คุณภาพวัตถุดิบอาจสู้ไม่ได้ แต่รสชาติได้รับการ approve จากอดีตเชฟที่เป็นคุณอาของเราเรียบร้อยแล้วค่ะ

Monday, July 2, 2012

race 23-25 : วิ่งมินิไปงั้นๆ | No comments:

race 23 : Thailand International Half Marathon ครั้งที่ 1 (แต่ข้าพเจ้าลงมินิ)

เป็นไข้เพราะเล็บขบเลยไม่ได้ซ้อม แข่งทั้งป่วยๆนี่แหละ เป็นงานแรกที่พยายามใช้ท่าวิ่งที่เรียนมาจากโค้ช กิโลเมตรแรกเลยเร็วปรื๋อ ประกอบกับพยายามรอออกตัวที่แถวแรกๆ เลยได้เห็นบรรยากาศการวิ่งของแนวหน้า(และแถวสอง)ก็ครั้งนี้ เห็นน้องเบสอยู่ข้างหน้าแว็บๆ แล้วก็ค่อยห่างออกไปเรื่อยๆ ผ่านไปแค่ 2 กม. เราก็หมด ท่าดีแต่หัวใจแข็งแรงตามไม่ทัน ทำเวลาไม่ดีแต่ก็พอใจแล้วเมื่อเทียบกับสภาพร่างกาย เสียดายนิดหน่อย ถ้าใจสู้กว่านี้อาจติดถ้วย เพราะกลับมาดูวิดีโอแล้วข้าพเจ้าได้ที่ 6 ของกลุ่มอายุ T_T

10K = 58:03 นาที



Sunday, June 24, 2012

ชงเองกินเอง 3: สปาเกตตี้โบโลเนส | 2 comments:

ทำไมข้าพเจ้าทำแต่พาสต้าหว่า 555+ จริงๆก็ทำกินเองหลากหลายนะ แต่อาหารที่จะนำเสนอแก่นักวิ่งจะมีอะไรเหมาะไปกว่าพาสต้าอีกเล่า เพราะเป็นได้ทั้ง pre-race และ post-race meal

กรณี pre-race ดูได้จากงานวิ่งอินเตอร์ในเมืองไทยบางแห่งจะมีพาสต้าปาร์ตี้ นั่นคือการเลี้ยงอาหารเย็นแก่นักวิ่งด้วยพาสต้าและอาหารคาร์โบไฮเดรตสูงอื่นๆ เพื่อเป็นพลังงานในการวิ่งวันพรุ่งนี้ ส่วนกรณี post-race ก็เห็นได้จากซุ้มอาหารแจกนักวิ่งที่จำพวก ข้าวต้ม ก๋วยเตี๋ยว ข้าวขาหมู ข้าวไข่เจียว นั่นคือเป็นอาหารคาร์บสูงเช่นกันเพื่อชดเชยพลังงานที่เสียไปจากการวิ่ง ซึ่งถ้าได้กินในช่วงเวลา carbohydrate window (ไม่เกิน 60 นาที หรือถ้าจะให้ดีควรอยู่ในช่วง 15-30 นาทีหลังออกกำลังกาย) กล้ามเนื้อจะสามารถแปลงอาหารเหล่านี้เป็นไกลโคเจนได้เร็วกว่าช่วงเวลานอก window ถึง 3 เท่า ทำให้ร่างกายฟื้นสภาพได้อย่างรวดเร็ว

เมนูนี้รับประกัน fool proof ไม่ต้องจำปริมาณส่วนผสมเป๊ะๆ ดูดีมีชาติตระกูล ขอแค่มีหม้อตุ๋นใครทำก็อร่อยแน่นอน (คลิกที่รูปเพื่อขยาย)




Sunday, June 10, 2012

ท่าวิ่ง version 1 | 2 comments:

ที่เห็นในคลิปคือท่าวิ่งของเราขณะ pace ประมาณ 5:10 นาที/กม.
หลังจากปรับมาแล้วหลายรอบ ก็ยังมีจุดบกพร่องอีกมากเช่น
- ขาไม่ครบวง
- ยกแขนสูง
- ตัวไม่โน้ม
-ไหล่ยังส่ายนิดหน่อย
-ลงเต็มเท้า ไม่ใช่ตำแหน่ง BOF

แต่จะพักการปรับท่าวิ่งไว้ก่อน เพราะท่าวิ่ง version 1 นี้ แข่งเสร็จแล้วไม่เจ็บ วิ่งได้สบาย และลื่นไหลในระดับหนึ่งแล้ว 
ถ้ามีการปรับท่าเป็นเวอร์ชัน 2 จะนำมาลงเปรียบเทียบให้ดูความแตกต่างต่อไปค่ะ



*** Update 25/9/2556***
ท่าวิ่ง version 2 ออกมาแล้วนะคะ อยากรู้ว่าหนึ่งปีผ่านไปมีอะไรเปลี่ยนแปลงบ้างตามไปดูกันได้ที่
http://oorrunningblog.blogspot.com/2013/06/version-2.html

Tuesday, May 29, 2012

โรคของนักวิ่ง: เป็นไข้เพราะเล็บขบ | 5 comments:

เคยภูมิใจนักหนาว่าตั้งแต่วิ่งมา 1 ปีกับอีก 6 เดือน เราไม่เคยเป็นหวัดเลย ไม่ว่าจะระบาดในที่ทำงานหรือเกิดกับคนในครอบครัวที่ใกล้ชิดซักกี่ครั้ง เราก็รอดเสมอ ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้เราเป็นหวัดง่าย เป็นบ่อย เป็นนาน เคยคิดเล่นๆว่า ชีิวิตนี้ถ้ายังคงวิ่งอยู่ จะมีเงื่อนไขหรือการระบาดครั้งไหนน้าที่จะทำให้เชื้อหวัดเอาชนะภูมิต้านทาน เข้ามาปักธงในตัวเราได้

และแล้วในเช้าวันหนึ่ง เราก็ตื่นขึ้นมาพร้อมกับความรู้สึกว่า วันนั้นได้มาถึงแล้ว เรามีไข้ต่ำๆ รู้สึกเหนื่อยในอกแบบบรรยายไม่ถูก ซึ่งเราคุ้นเคยดีว่า อีกไม่นานมันต้องตามมาด้วยอาการที่แถวขอนแก่นบ้านเราเรียกว่า "ขี้มูกกื้ด" นั่นคือ มีน้ำมูกใสไหลพรั่งพรูจนต้องคอยสูดกลับจนเกิดเสียงดังกื้ดๆ  แล้วจากนั้นจะหนักขึ้นหรือทรงๆก็แล้วแต่ความโหดของเชื้อโรคและความแข็งแรงของร่างกาย ไปลุ้นต่อเอาเอง


Saturday, May 26, 2012

2000 กิโลเมตรแล้วจ้า | 2 comments:

หลังจากวิ่งครบ 1,000 กม.ไปเมื่อวันที่ 6 กันยายน 2554 ผ่านไปเจ็ดเดือนกว่าก็วิ่งถึงหลัก 2,000 กิโลเมตรจนได้ในวันที่ 29 เมษายน 2555 (ลืมแคปภาพไว้ ที่เห็นคือระยะทางรวมนับถึงวันนี้)


สรุประยะทางวิ่งแต่ละเดือนจาก 1,000 กม. ถึง 2,000 กม. ได้ดังกราฟด้านล่าง และที่จะเล่าต่อไปคือเหตุการณ์เบื้องหลังกราฟเหล่านี้

คลิกที่ภาพเพื่อขยาย


Monday, March 19, 2012

สมันน้อยสอยพยัคฆ์: นวัตกรรมของงานวิ่ง | 11 comments:

นักวิ่งแนวหลังประเภทมาวิ่งกินลมชมวิวอาจไม่อิน
แต่นักวิ่งแนวกลาง นักวิ่งอันดับ 6 งานนี้ ไม่น่าพลาด


สมันน้อยสอยพยัคฆ์ คือชื่องานวิ่งที่จัดขึ้นโดยนักวิ่งระยะไกลสมัครเล่นกลุ่มหนึ่ง ที่รวมตัวพูดคุย แบ่งปันความรู้กันทางเฟสบุ๊ค และนัดเจอกันทุกอาทิตย์เพื่อฝึกซ้อมร่วมกัน ภายใต้ชื่อกลุ่ม สถาวรรันนิ่งคลับ เพื่อเป็นเกียรติแก่โค้ชสถาวร จันทร์ผ่องศรี อดีตนักวิ่งมาราธอนทีมชาติไทย เหรียญทองแดงซีเกมส์ ที่สละเวลามาให้ความรู้ ตารางฝึก และกระทั่งมาดูแลแนะนำการฝึกซ้อม

แนวคิดคร่าวๆของงานนี้ก็คือ จะมีการให้แต้มต่อทำนองเดียวกับการแข่งขันกอล์ฟ โดยใครมีแต้มต่อมากก็ปล่อยตัวไปก่อน ใครเป็นแนวหน้าก็ปล่อยตัวทีหลัง จากนั้นก็ไปวิ่งไล่กันเอาเอง สมันน้อยถ้าอยากมีชีวิตรอด เมื่อได้ยินฝีเท้าพยัคฆ์ดังใกล้เข้ามาเบื้องหลัง ก็ต้องเร่งสุดกำลัง ส่วนพยัคฆ์ถ้าไม่อยากเสียฟอร์ม ก็ต้องพยายามไล่เก็บสมันให้จงได้ การแข่งจึงน่าจะสูสี ชวนลุ้นระทึกเป็นอย่างยิ่ง เป็นงานแรกที่นักวิ่งแนวกลาง หรือสมันน้อย จะมีโอกาสได้วิ่งเคียงคู่สูสี และอาจถึงกับสอยพยัคฆ์แนวหน้าเลยก็เป็นได้...




ติดตามผลการแข่งขันได้ที่นี่ เร็วๆนี้ค่ะ
Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...
Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...