วันพุธที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

วัดระยะทางวิ่งโดยไม่ต้องใช้ GPS | 14 ความคิดเห็น:

ถ้าคุณไม่มีนาฬิกา GPS และไม่มี smart phone เพื่อโหลด app วัดระยะทางของนักวิ่งมาใช้ แต่คุณอยากรู้ระยะทางของสวนสาธารณะที่ใช้ซ้อมวิ่งอยู่เป็นประจำ หรือระยะของงานวิ่งที่เพิ่งไปแข่งมาสดๆร้อนๆ แล้วสงสัยว่า ทำไมตรูสถิติดีจังว้า...คุณจะทำยังไงคะ

วิธีง่ายๆที่จะว่าไปก็เหมือนเอามะพร้าวห้าวมาขายสวน แต่ก็ยังอยากจะขาย ก็คือ วัดเอาจาก google map เลยค่ะ ^___^ ปัญหาก็คือ ฟีเจอร์ direction ของ google map ใช้งานยาก และคอยจะทำงานนอกสั่งให้เราเสมอ เช่นไม่ยอมให้เราเดินออกนอกถนนที่ google วาดไว้ ดังนั้นโพสต์นี้จึงขอนำเสนอเว็บที่มีเครื่องมือช่วยให้นักวิ่ง(และนักปั่น)สามารถวัดระยะทางจาก google map ได้อย่างเหมาะสมและง่ายดาย จริงๆแล้วเว็บพวกนี้มีเพียบนะคะ ลองเซิร์ชด้วยคำว่า Route Mapping Tool ดูก็ได้ แต่ในที่นี้จะนำเสนอแค่ 2 เว็บที่เราคิดว่าเวิร์คที่สุด

Mapometer


mapometer, ไม่ใช้ GPS, วัดระยะทาง
คลิกที่ภาพเพื่อขยาย

วันพุธที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

บันทึกเท้าเปล่า: กิโลเมตรที่ 0-4 | 8 ความคิดเห็น:

เนื่องจากมีเป้าหมายที่จะวิ่งเท้าเปล่า-ไม่ใส่รองเท้าใดๆ ไม่ว่า minimalist หรือ 5 fingers วิ่งมินิมาราธอนในงานกรุงเทพมาราธอนปลายปีนี้ จึงจะใช้บันทึกซีรี่ส์นี้เพื่อเล่าประสบการณ์หัดวิ่งเท้าเปล่า ตั้งแต่เริ่มต้นจนครบ 10 กม. (ตอนนี้ยังไม่ครบ แต่มั่นใจว่าทำได้แน่) เพื่อเป็นแนวทางสำหรับเพื่อนนักวิ่งที่สนใจ ได้ศึกษาต่อไป (อันไหนดีก็เอาอย่าง อันไหนไม่ดีก็เอาเป็นเยี่ยงอย่างนะคะ ^ ^)

เราลองหัดวิ่งเท้าเปล่า 2 กม.แรกด้วยตัวเอง ประมาณ 1 เดือน ก่อนที่จะไปเข้า workshop ของโยชิโนะซัง ที่จัดขึ้นโดย Bangkok Barefoot Run Club  โดยวิ่งในสนาม 400 เมตรที่ปูด้วยยางใหม่กริบ ดอกยางยังคมทิ่มเท้าอยู่มากแต่ก็อุ่นใจในระดับหนึ่งว่าไม่มีเศษแก้วเศษหิน การลงเท้าด้วย BoF ไม่ยากแล้วเพราะปรับท่าวิ่งในขณะใส่รองเท้ามาก่อนหน้านี้ อาการพื้นฐานที่คนฝึกวิ่งเท้าเปล่าแรกๆพึงมี นั่นก็คือ น่องตึงเปรี๊ยะจนวิ่งไม่ได้ไปอีกหลายวัน จึงไม่เกิดกับเรา แต่ฝ่าเท้าพองไปตามระเบียบ ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดา แค่รอให้หายสนิทแล้วค่อยวิ่งใหม่ ระหว่างนั้นก็วิ่งใส่รองเท้าไปตามปกติ เมื่อหายแล้ว ทีนี้ก็คอยระวังไม่วิ่งเยอะไปหรือเร็วไป คอยฟังเสียงประท้วงของฝ่าเท้าอยู่ตลอดเวลา เห็นท่าไม่ดีก็พอก่อน เมื่อทำได้เช่นนี้ก็ไม่มีอาการพองอีกเลย แม้จะยังวิ่งไม่ได้ไกลมากแต่ก็ยังดีกว่าต้องพัก

workshop วิ่งเท้าเปล่า โดย โยชิโนะซัง

วันพุธที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

วิ่งทันโลก2: เพิ่มพลังสมองด้วยการวิ่ง | ไม่มีความคิดเห็น:

คอลัมน์วิ่งทันโลก 
Thai Jogging Magazine ฉบับประจำเดือนมิถุนายน 2556
โดย oorrunningblog

เป็นที่รู้กันอยู่แล้วว่าการวิ่งมีผลดีต่อทั้งร่างกายและจิตใจ นั่นคือทำให้ร่างกายแข็งแรง, ทำให้รู้สึกมีความสุข, ทำให้จิตสงบเป็นสมาธิ แต่ทราบหรือไม่ว่า นอกจากร่างกายและจิตใจแล้ว การวิ่งยังส่งผลดีต่อสมองของเราอีกด้วย

ไม่กี่ปีมานี้ มีงานวิจัยชิ้นหนึ่งที่ได้รับการอ้างถึงอย่างแพร่หลายมาจนปัจจุบัน งานวิจัยชิ้นนี้ชี้ให้เห็นว่า การวิ่ง แม้เพียงไม่กี่วัน ก็ทำให้สมองสร้างเซลล์ใหม่ขึ้นหลายแสนเซลล์ ซึ่งเซลล์เหล่านี้จะเพิ่มประสิทธิภาพของการเรียกคืนความทรงจำโดยไม่เกิดความสับสน ทักษะนี้สำคัญยิ่งสำหรับการเรียนและงานที่ต้องใช้การคิดวิเคราะห์ วิ่งทันโลกในฉบับนี้จะขอเล่าให้ฟังถึงการทดลองดังกล่าวค่ะ


วันจันทร์ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

วิ่งทันโลก1: ดื่มอย่างไรไม่ให้ขาดน้ำ | ไม่มีความคิดเห็น:

ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เราได้รับเกียรติจากกอง บก. ของนิตยสารเพื่อนักวิ่งฉบับเดียวของเมืองไทย (ที่ยังเป็น hard copy อยู่) นั่นคือ Thai Jogging Magazine ให้ร่วมเขียนคอลัมน์ประจำ โดยให้อิสระเต็มที่สำหรับแนวทางและชื่อคอลัมน์ แน่นอนว่า นักวิ่งทันสมัยอย่างเรา (เหรอ!!) ย่อมเลือกที่จะเขียนเกี่ยวกับวิทยาการ งานวิจัย เรื่องอัพเดททั้งหลายในวงการวิ่ง ตามความสนใจส่วนตัวอยู่แล้ว นี่จึงเป็นที่มาของคอลัมน์ วิ่งทันโลก ที่ประจำการอยู่ ณ หน้า 8 ของ Thai Jogging Magazine นับตั้งแต่ฉบับประจำเดือนพฤษภาคม 2556 เป็นต้นมา 

Thai Jogging Magazine

Google+ Badge

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...