วันพฤหัสบดีที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2554

race 11: ของแถมที่ไม่ต้องการ | 3 ความคิดเห็น:

เดินวิ่งเฉลิมพระเกียรติวันจักรี 2011

กลับมาวิ่งมินิมาราธอนอีกครั้งเนื่องจากตารางฝึกซ้อมของอาทิตย์ที่ 11 นั้นให้พักวิ่งยาว นั่นคือในวันอาทิตย์ให้วิ่งแค่ 9 กม.เท่านั้น คงต้องการให้ผู้ฝึกพักผ่อนกล้ามเนื้อ ก่อนจะให้อัด 21 กม. ในวันวิ่งยาวของอีก 3 อาทิตย์ที่เหลือ เราเลยถือโอกาสหางานวิ่งระดับมินิฯ เพื่อทดสอบความเร็วล่าสุดของตัวเองเสียหน่อย

จริงๆแล้วอาทิตย์นี้มีงานวิ่งมินิในกรุงเทพ 2 งาน เราเลือกมางานนี้อย่างไม่คิดอะไรมากเพราะชื่นชอบเส้นทางและทิวทัศน์ของสะพานพระราม 8 และสะพานบรมราชชนนีเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ไม่นึกเลยว่าการเลือกแบบคิดน้อยเช่นนี้จะนำความเซ็งอย่างยิ่งมาสู่ตัว


เรามาถึงลานใต้สะพานพระราม 8 ประมาณ 5:20 นักวิ่งมากันแล้วคึกคัก งานนี้แจกเสื้อที่ผ้าเนื้อดี น่าใส่ ที่สำคัญมีขนาด XS ที่ผู้หญิงตัวประมาณเราจะใส่ได้จริง ไม่ใช่เอาไปแล้วก็ต้องเก็บลงลังหรือบริจาค นึกชมเชยที่คิดเผื่อถึงนักวิ่งหญิงและเด็กด้วย ...หารู้ไม่ว่านี่คือสิ่งเดียวของงานที่พอจะชมเชยได้ 555+

ขณะที่วอร์มอัพอยู่นั้นก็ได้ยินโฆษกในงานบอกว่าต้องเลื่อนเวลาปล่อยตัวออกไปเนื่องจากติดขบวนเสด็จ โอเค...เข้าใจ ไม่ว่ากัน ก็ดีจะได้มีเวลาเข้าห้องน้ำ ดูโน่นดูนี่ ยืดเส้นให้เพียงพอ ฟ้าเริ่มสว่างขึ้นเรื่อยๆพร้อมทั้งอากาศที่ร้อนขึ้นทุกขณะ พอเกือบ 6:30 โฆษกก็เรียกเช็คอิน ขบวนเสด็จผ่านไปแล้ว แต่ก็ยังปล่อยตัวไม่ได้เพราะประธานเปิดงานยังไม่มา และมีปัญหาอะไรซักอย่างเกี่ยวกับรถนาฬิกา ตอนนั้นไม่ได้ฟังแล้วเพราะมัวแต่ง่วนอยู่กับการเปิด GPS

ตั้งแต่ได้ Garmin FR110 มาจนถึงวันนี้ก็ 2 เดือนครึ่งแล้ว แต่ก็ยังมีการทำงานหลายอย่างที่ข้าพเจ้าไม่เข้าใจ เพราะไม่ได้มีเขียนไว้ใน user manual เดี๋ยวรวบรวมได้หลายๆอย่างแล้วจะเล่าให้ฟังอีกที วันนี้ก็มีอีกหนึ่งอย่างที่เราเพิ่งรู้

จุดปล่อยตัวนั้นอยู่ที่ลานข้างสะพานพระราม 8 มันใกล้สะพานเกินไปจนเราคิดว่านาฬิกาจะรับดาวเทียมไม่ได้เสียแล้ว เพราะสัญญานแสดงการรับดาวเทียมขึ้นไม่เต็มขีดเสียที พอใกล้ๆจะเต็มก็ลดฮวบลงไปใหม่ทุกครั้ง เราเริ่มร้อนใจ ไม่อยากวิ่งโดยปราศจากเพื่อนคู่กาย ความหวังสุดท้ายหมดลงเมื่อเสียงแตรปล่อยตัวดังขึ้น เราก็ได้แต่ทำใจและกดปุ่ม start ไปตามปกติ อย่างน้อยถึงไม่รู้ระยะทาง รู้เวลาและ HR ก็ยังดีแหละนะ

ด้วยความที่คิดว่า GPS ใช้ไม่ได้เราเลยไม่ได้ดูนาฬิกาเลย มันทำให้เราออกตัวด้วยความเร็วที่มากเกินไป เส้นทางเริ่มพานักวิ่งวนขึ้นสะพาน ตอนนั้นเหนื่อยมากๆ เลยมองนาฬิกาเพื่อดู HR จึงได้พบว่ามันทำงานตามปกติ วัดระยะทางได้ 2 กม.กว่าแล้ว เอ...ถูกมั้ยละเนี่ย ถ้า 2 กม.จริงก็น่าจะเห็นจุดให้น้ำได้แล้วนา แต่นี่ในระยะสุดสายตา ข้าพเจ้าไม่เห็นจุดให้น้ำเลย เค้าอยากกินน้ำแล้วอ้ะ T_T เราอดทนวิ่งต่อไป กว่าจะเจอจุดให้น้ำจุดแรกก็ปาเข้าไป 3 กม.กว่าๆ แม้จะมองโลกในแง่ดีว่าผู้จัดไม่น่าวางน้ำผิดระยะ แต่วัดจากความเหนื่อยและความเคยชิน ก็คิดว่านาฬิกาของเราน่าจะแสดงผลถูกต้องแล้ว จึงได้ความรู้ใหม่ว่าแม้ว่าสัญลักษณ์การรับดาวเทียมจะขึ้นไม่เต็มขีด แต่ก็ฟีเจอร์ GPS ก็ยังใช้ได้ตามปกติ สัณนิษฐานเอาเองว่ามันรับดาวเทียมได้นั่นแหละ แต่ไม่ครบ 3 ดวงเท่านั้นเอง

ผลจากการพักช้ากว่าปกติ ทำให้เราเหนื่อยมาก หลังจากดื่มน้ำเสร็จก็รักษาความเร็วเดิมไม่ไหวอีกต่อไป เราวิ่งช้าลงๆ จนเจอจุดให้น้ำที่ 2 ประมาณกม.ที่ 5 กว่าๆ เอ...ทำไมยังไม่ถึงจุดกลับตัวอีกล่ะเนี่ย งง แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก ห่วงแต่สภาพของตัวเองเท่านั้น เพราะตอนนี้ช้าลงมาก ในใจคิดตลอดว่าเดินดีมั้ย ยังไงก็เข้าเส้นชัยได้เหมือนกัน เอ๊ะหรือจะ DNF เลยดี จะได้มีประสบการณ์ขึ้นรถพยาบาลมาเล่าใน blog 555+ ก็วิ่งไปคิดไป คนที่เราแซงก็เริ่มแซงเรากลับเรื่อยๆ ผ่านไปอีก 2 กม. เริ่มตระหนักแล้วว่างานครั้งนี้ไม่ธรรมดาแน่ๆ จุดให้น้ำก็ไม่เจอ จุดกลับตัวก็ไม่ถึงซักที เราก็ได้แต่ประคองตัวไปเรื่อยๆเพื่อรอให้ร่างกายฟื้นฟูกำลัง

ในที่สุด ณ กม.ที่ 9 ก็มาถึงจุดกลับตัว ไม่ตื่นเต้นตกใจ เพราะเตรียมใจรับความตู๊ด ตู๊ด ไว้แล้ว (ขออนุญาตเซนเซอร์ ท่านผู้อ่านกรุณาเติมคำในช่องว่างเอาเองแล้วแต่ศรัทธา) ก็ดี๊ (อย่าลืมทำเสียงสูงด้วย) จะได้มีเวลาแก้ตัวนานๆหน่อย อ้อ เผื่อบางคนเคยวิ่งแค่มินิจะได้หมดแรง เราจะได้แซงกลับได้ โฮ่ๆ ซึ่งการณ์ก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ ขากลับเราพบนักวิ่ง"หมด"อยู่ตลอดทาง บางคนเดิน บางคนพักยืดเส้นเพราะตะคริวขึ้น บางคนนั่งไปกับพื้น กลับมาดูรูปย้อนหลังเห็นนักวิ่งหญิงคนหนึ่งถึงกับเป็นลมนอนแอ้งแม้งเลย ส่วนเรา หลังจากที่ผ่อนความเร็วมาหลายกม. หลังกลับตัวก็เริ่มเร่งขึ้น แต่เนื่องจากรู้แล้วว่าต้องวิ่งอีกยาวไกลเลยเลือกที่จะถนอมตัวดีกว่า ในที่สุดก็เข้าเส้นชัยอย่างระโหยโรยแรงด้วยระยะทางแถมกระหน่ำ 6 กม.

ภาพของคุณ chai forrun จากเว็บ forrunnersmag

จริงๆการวิ่ง 16 กม.นั้นไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับเรา เพราะผ่านการวิ่งเกือบ 23 กม.มาแล้ว แต่ปัญหาก็คือ อาทิตย์นี้ข้าพเจ้าต้องการพัก อยากวิ่งแค่ 10 เท่านั้น การต้องโดนบังคับกลายๆ(จริงๆ DNF ก็ได้ แต่ด้วยจิตวิญญานนักแข่งแล้ว มันทำได้ยากส์)ให้วิ่งแข่ง 16 กม. มันไม่สามารถถือได้ว่าเป็นการ "พัก" ตามที่ข้าพเจ้าวางแผนไว้เลย //อีโม่ค้อนทุบหัว

จริงๆยังมีเรื่องบ่นอีกเยอะ ทั้งอาหาร น้ำดื่มหลังเข้าเส้น ทั้งเรื่องเหรียญรางวัล แต่คิดว่าพอดีกว่าเดี๋ยวจะเสียภาพลักษณ์หญิงสาวอ่อนแอน่าทนุถนอมที่พยายามสร้างอยู่ เอาเบาะๆแค่นี้ละกันเนาะ

10K = 1h:03m:09s

3 ความคิดเห็น:

  1. สถานะการณ์ก่อวีระสตรี ทำให้เราแข็งแกร่งขึ้นครับ...
    ผมเชื่อว่าถ้าคุณอ้อเจอสภาวะแบบนี้อีก ก็จะสามารถผ่านไปได้แน่นอน
    b^ ^d

    ตอบลบ
  2. 16 กิโล จิ๊บๆ สำหรับ พี่ีป้อม 200K ฮาฮา

    ตอบลบ
  3. #คุณโจ้
    ค่ะ แต่ไม่เจอน่าจะดีกว่าเนอะ ^ ^

    #น้องโก
    ย้างงง ยังไม่ถึง 200 แต่ถ้าปิดเทอมแล้วก็ไม่แน่
    50K ต่ออาทิตย์ น้องโกก็ทำได้เหมือนกั๊น

    ตอบลบ

*************************************************************************************
ผักกาดๆ ถ้าข้อความไม่ขึ้น นั่นแปลว่า blog คิดว่าข้อความของท่านเป็น spam ไม่ต้องกังวลค่ะ comment เหล่านี้จะตกไปอยู่ที่กล่อง spam รอให้เจ้าของ blog มาตรวจสอบ (ก็คือเรานั่นเอง ^ ^)
*************************************************************************************

Google+ Badge

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...