วันเสาร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

การแก้ปัญหากรณีไม่ใช้โหมด auto lap ของ Garmin Forerunner 110 | 4 ความคิดเห็น:

จากที่เคยรีวิวไปแล้วใน"ผลการทดลองใช้ Garmin Forerunner 110" ว่านักวิ่งอย่างเราลำบากใจยิ่งนักเมื่อจะต้องเลือกว่าจะใช้โหมด auto lap หรือไม่ เพราะถ้าใช้ ระหว่างวิ่ง ความเร็วที่แสดงบนนาฬิกาจะเป็นความเร็วเฉลี่ยของ lap ล่าสุดซึ่งสำหรับเราชอบที่จะเห็นความเร็วเฉลี่ยตั้งแต่เริ่มต้นการวิ่งจนถึงปัจจุบันมากกว่า แต่ข้อดีของการใช้ auto lap ก็คือ เมื่อคุณ upload ข้อมูลขึ้นบนเว็บ garmin connect คุณจะเห็นความเร็วของแต่ละ lap (แบบนี้) ทำให้วิเคราะห์และแก้ไขการวิ่งครั้งต่อๆไปได้

ถ้าเลือกที่จะไม่ใช้โหมด auto lap แน่นอนใน garmin connect คุณก็จะเห็นแต่ความเร็วเฉลี่ยของทั้งคอร์ส แต่จริงๆแล้วถ้าเราอยากเห็นความเร็วเฉลี่ยแต่ละ lap ก็สามารถทำได้ แค่คุณเปลี่ยนไปใช้ online running logbook ตัวอื่นนั่นเอง ในที่นี้เราขอเสนอเว็บ http://www.endomondo.com/ ซึ่งจะได้พูดถึงโดยละเอียดต่อไป


อันดับแรกเราต้องให้ garmin connect สร้างไฟล์ของผลการวิ่งที่เรา upload ขึ้นไปก่อน โดยใช้คำสั่ง Export (จากรูปจะเห็นว่าในส่วนของ Summary จะมีแต่ความเร็วเฉลี่ยตลอด 5.02 กม. เท่านั้น เนื่องจากเราเลือก auto lap "off" ที่ตัวนาฬิกา)


โปรแกรมจะให้เลือกว่าต้องการให้ไฟล์เป็นนามสกุลอะไร ให้เลือก .tcx หรือ .gpx ก็ได้ แต่จากการทดลองพบว่า .tcx จะใช้เวลา upload เร็วกว่า เมื่อเลือกแล้วก็หาโฟลเดอร์เก็บให้เป็นที่เป็นทางซะ ทีนี้เราก็ได้ไฟล์ที่บรรจุข้อมูลทุกอย่างของการวิ่งครั้งล่าสุดแล้ว ทำแบบนี้ทุกครั้งที่ upload ผลการวิ่งครั้งใหม่

กลับมาที่ endomondo หลังจากสมัครสมาชิกเรียบร้อยแล้ว ตั้งค่าใน ACCOUNT ให้แสดงผลด้วยระบบ metric จากนั้นเลือกแท็ป WORKOUTS ก็จะเห็นว่าเราสามารถเลือกสร้างไฟล์ผลการวิ่งบนเว็บโดยตรง (NEW WORKOUT) หรือเลือกดึงข้อมูลไฟล์ผลการวิ่งที่มีอยู่แล้ว (IMPORT WORKOUT) ก็ได้ ซึ่งกรณีของเรา มีไฟล์อยู่แล้วทั้งในตัวนาฬิกาและในคอมพิวเตอร์ ดังนั้นจึงเลือกใช้ช่องทางนี้ เมื่อคลิกแล้วจะเห็นทางเลือกดังรูป


ช่างอาภัพเสียนี่กระไร  แม้เราจะต่อนาฬิกาเข้ากับคอมพิวเตอร์แต่ endomondo ก็ไม่รู้จักและไม่สามารถดึงข้อมูลจาก Forerunner 110 โดยตรงได้ ดังนั้นจึงต้องเลือกวิธี Import from file แทน ซึ่งไฟล์ดังกล่าวก็คือไฟล์ .tcx ที่เราได้ให้ garmin connect สร้างและเก็บไว้แล้วในคอมพิวเตอร์ของเราในตอนแรกนั่นเอง หลังจาก import เรียบร้อย endomondo จะแสดงผลการวิ่งดังรูปข้างล่าง



คราวนี้เมื่อเราเลือกแท็ป LAP TIMES เราก็จะเห็นความเร็วเฉลี่ยของทุกๆ 1 กม. สมใจเสียที เย้!!!

จริงๆแล้ว endomondo มีอะไรน่าสนใจให้พูดถึงอีกเยอะ ซึ่งจะได้เล่าให้ฟังในโอกาสต่อไป

************************
**update วันที่ 6 พ.ค. 2011**
************************
ตอนนี้นักพัฒนาโปรแกรมได้เขียนให้ endomondo รู้จัก FR110 แล้ว ดังนั้นเราสามารถเลือก "Import from Garmin" เพื่อ upload activity จากนาฬิกาโดยตรงเลย หรืออาจเลือก "Import from File" ก็ได้เนื่องจากตอนนี้ endomondo รับไฟล์นามสกุล .fit (ซึ่งเป็นนามสกุลของ activity ที่สร้างจาก Forerunner ทุกรุ่น) ได้แล้ว ดังนั้นจึงสามารถเลือก open file แล้ว browse เข้าไปที่ Folder "Activities" ของนาฬิกา ซึ่งเก็บไฟล์ .fit ของการวิ่งแต่ละครั้งโดยตรงได้เลย format ของชื่อไฟล์ในโฟลเดอร์นี้ก็ดูง่ายมาก เพราะจะใช้วันเดือนปีและเวลามาตั้งเป็นชื่อไฟล์เลย ทำให้เลือกไฟล์ที่ต้องการได้อย่างไม่ผิดพลาด

โพสต์อืนๆที่เกี่ยวกับ Garmin FR110
ผลการทดลองใช้ Garmin Forerunner 110
Training Video สำหรับ Garmin's Forerunner 110
รีวิวนาฬิกา GPS สำหรับนักวิ่ง GARMIN FR110 (ภาค 2)

4 ความคิดเห็น:

  1. ตามมาขอบคุณครับคุณอ้อ ^^

    อธิบายละเอียดเข้าใจง่ายดีและสามารถทำตามได้แล้วครับ

    วิชัย

    ตอบลบ
  2. ยินดีค่ะ คุณวิชัย
    ดีใจจังที่บทความนี้มีประโยชน์

    ตอบลบ
  3. บทความเยี่ยมมากครับ ผมเป็นมือใหม่กำลังหามาใช้ซักเรือน ตอนนี้กำลังสองจิตสองใจกับ 210 กับ 310XT อยู่ครับ ชอบ 310XT ที่หน้าจอมันใหญ่และเห็นชัดดี -*-

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ขอบคุณสำหรับคำชมค่ะ

      ถ้าคิดจะต่อยอดไปเล่นไตรกีฬา ก็แนะนำ 310XT
      แต่ถ้าอยากได้เบาๆ ใช้ง่าย พอเพียงกับการฝึกซ้อมวิ่ง ก็แนะนำ 210 ค่ะ

      ลบ

*************************************************************************************
ผักกาดๆ ถ้าข้อความไม่ขึ้น นั่นแปลว่า blog คิดว่าข้อความของท่านเป็น spam ไม่ต้องกังวลค่ะ comment เหล่านี้จะตกไปอยู่ที่กล่อง spam รอให้เจ้าของ blog มาตรวจสอบ (ก็คือเรานั่นเอง ^ ^)
*************************************************************************************

Google+ Badge

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...