วันพฤหัสบดีที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2554

เก็บสถิติการวิ่งกับ Nike+ | ไม่มีความคิดเห็น:

สำหรับนักวิ่งมือใหม่ที่อยากฝึกฝนตัวเองอย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเพื่อมุ่งไปสู่การวิ่ง 5 กิโลเมตรแรกในชีวิต หรือฝึกเพื่อมาราธอน การมีแผนการซ้อมที่เป็นรูปธรรม สามารถวัดและติดตามผลได้ จะช่วยให้การฝึกเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ในส่วนของแผนการซ้อม ถ้าเป็นสมัยก่อน ตอนที่ยังไม่มีอินเตอร์เน็ต คนมีกุนซือก็โชคดีไป ให้กุนซือเขียนแผนให้ ส่วนคนที่วิ่งเองอยู่แถวบ้านก็คงต้องไปตระเวณหาหนังสือเกี่ยวกับการวิ่งมาอ่านและเขียนแผนเอาเอง หรือไม่อย่างงั้นก็ซ้อมมันแบบไม่มีแผนนี่แหละ ส่วนการวัดและติดตามผล ถ้ามีนาฬิกาจับเวลาและรู้ระยะของเส้นทางที่ใช้ซ้อมวิ่งเป็นประจำ ก็สามารถคำนวณความเร็วเฉลี่ยหรือความเร็วฝีเท้า(pace)ออกมาได้ แล้วจะจดลงสมุดหรือพิมพ์ลง excel ก็แล้วแต่ความไฮเท็คของแต่ละคน แต่ปัญหาก็คือ กรณีที่ต้องวิ่งในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย จะรู้ได้อย่างไรว่าเราวิ่งเป็นระยะทางเท่าไหร่


นักวิ่งมือใหม่ในยุคนี้โชคดีอย่างยิ่งเพราะมี gadget มากมายออกมารองรับความต้องการดังกล่าว ถ้ามีโอกาสจะพาไปดูเว็บต่างๆที่ offer แผนการฝึกซ้อมวิ่งระยะไกล และบางเว็บที่เราสามารถ upload ข้อมูลการวิ่งเพื่อติดตามผลการฝึกซ้อมได้ แต่วันนี้จะขอพูดถึงเฉพาะเว็บและกลุ่มอุปกรณ์เพื่อวัดและติดตามผลการวิ่งที่เรียกว่า Nike+ (ไนกี้พลัส) เท่านั้น

ต้องขอบอกก่อนว่าที่แนะนำไนกี้นี้ข้าพเจ้าไม่ได้ค่าโฆษณาแต่อย่างใด และตัวเองก็ไม่ได้ใช้ด้วย 555+ แต่คิดว่าน่าจะเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ง่าย ราคาไม่แพง โปรแกรมบนเว็บก็มีอะไรให้เล่นเยอะ แทนที่จะเป็นแค่โปรแกรมประมวลผลและติดตามสถิติการวิ่งธรรมดาน่าเบื่อ ออกตัวไว้เช่นนี้เพื่อจะบอกว่าอาจมีบาง feature ที่เราข้ามไป ไม่ได้นำเสนอ เพราะไม่ได้เล่นเองกับมือและต้องการพูดเฉพาะส่วนที่จำเป็นจริงๆเท่านั้น เอาเป็นว่าใครได้ซื้อมาเล่น แล้วอยากเล่าเพิ่มเติมก็เชิญร่วมพูดคุยได้นะคะ

ขอเริ่มที่ชุดอุปกรณ์ Nike+ ก่อน ที่เรียกว่า "ชุด" เพราะมันทำงานร่วมกันหลายอุปกรณ์ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่าคุณมีของเล่นอะไรอยู่ก่อนแล้ว

1) ถ้ามี iPod Touch, iPod Nano รุ่นใหม่ หรือ iPhone 3GS คุณก็ซื้อแค่ sensor
โดย sensor นี้จะต้องใส่ไว้ในรองเท้า(ไนกี้จะทำ socket ในรองเท้าไว้รองรับอยู่แล้ว)เพื่อวัดจำนวนก้าวของเรา แล้วส่งสัญญานแบบไร้สายไปยัง iPod หรือ iPhone ที่ได้ติดตั้ง application Nike+ ไว้แล้ว มีคำถามว่าถ้าใช้รองเท้ายี่ห้ออื่นจะติดตั้ง sensor ยังไง ดูคำตอบได้จากคลิปต่อไปนี้



2) ถ้ามี iPod Nano รุ่นเก่า คุณก็ต้องซื้อ sensor+ receiver card
ซึ่งไนกี้ได้จับคู่ใส่กล่องไว้แล้ว เรียกว่า iPod Sport Kit เวลาจะใช้ก็เอาการ์ดเสียบเข้ากับ iPod

3) ถ้าคุณไม่มีอะไรเลย ก็ต้องซื้อตัวรับสัญญานแบบรัดข้อมือที่จะใช้รับสัญญานและแสดงผลแทน iPod และ iPhone ที่ไนกี้เรียกว่า SportBand และแน่นอน...ต้องใช้ร่วมกับ sensor ด้วย

การใช้งานคร่าวๆเป็นดังนี้


กลับมาพูดถึงแผนการวิ่งกันก่อน ไนกี้เสนอแผนการฝึกซ้อมวิ่งแบบต่างๆให้คุณตั้งแต่การเดินสลับวิ่งระยะเวลา 12 สัปดาห์ สำหรับมือใหม่สุดๆ ไปจนถึงมาราธอนเต็มรูปแบบระยะเวลา 25 สัปดาห์สำหรับมือเก่าในระดับหนึ่งแล้ว แต่ละแผนสามารถดูได้จากหัวข้อ coach ในเว็บ Nikerunning  ซึ่งในส่วนนี้ ไม่ว่าจะเป็นลูกค้าไนกี้หรือไม่ก็สามารถเข้าถึงได้ เมื่อได้แผนการวิ่งมาแล้วคุณสามารถตั้งเป้าหมายระยะของการวิ่งแต่ละครั้งลงใน application Nike+ ใน iPod หรือ iPhone  ได้ด้วย

นอกจากจะใช้เพื่อเก็บสถิติการวิ่งแล้ว Nikerunning ยังมี Challenges ต่างๆเพื่อกระตุ้นให้เรามีแรงบันดาลใจในการวิ่งอีกด้วย เช่นแข่งกันกับผู้ใช้คนอื่นๆในประเทศไทยว่าภายใน 1 ปีใครจะวิ่งได้ระยะทางมากที่สุด หรือถ้าเป็นของเมืองนอกก็มี challenge น่ารักๆอย่างแข่งกันวิ่งระหว่างผู้ชายกับผู้หญิงเป็นต้น (แอบเชียร์ผู้ชายเพราะมีเฟดเดอเร่อกับสลาตันด้วย อิอิ) ทั้งหมดทั้งมวลก็เพื่อทำให้เรารู้สึกว่าไม่ได้วิ่งอย่างเดียวดาย แต่มี community ใหญ่เบ้อเริ่มจากการรวมตัวของคนทั้งโลกกำลังวิ่งไปกับเราด้วยนั่นเอง



ถ้าสนใจก็หาอ่านรายละเอียดอื่นๆได้จาก Nikerunning.com นะคะ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

*************************************************************************************
ผักกาดๆ ถ้าข้อความไม่ขึ้น นั่นแปลว่า blog คิดว่าข้อความของท่านเป็น spam ไม่ต้องกังวลค่ะ comment เหล่านี้จะตกไปอยู่ที่กล่อง spam รอให้เจ้าของ blog มาตรวจสอบ (ก็คือเรานั่นเอง ^ ^)
*************************************************************************************

Google+ Badge

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...