วันอาทิตย์ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2553

race 6: ไกล | 6 ความคิดเห็น:

เซ็นทรัลรีเทล มินิมาราธอน เดิน-วิ่ง การกุศล

Time-space แถวในเมืองมันบิดเบี้ยวหรืออย่างไรไม่ทราบ การวิ่งมินิมาราธอนในวันนี้จึงดูไกลเหลือเกิน ส่วนหนึ่งคงเพราะมันไกลกว่างานวิ่งที่ผ่านๆมาจริง ดูจาก google map ระยะทางทั้งหมดคือ 10.9 กม. ส่วน GPS ของคุณ rookiex บอกไว้ที่ 10.77 กม. จริงอยู่มันอาจเกินจากระยะปกติอยู่แค่ 300-400 เมตร แต่สำหรับคนที่อยู่ใน condition ที่กะปลกกะเปลี้ยจากการวิ่งมา 10 กม. เต็มๆ ระยะที่เกินมาแค่นั้นก็ถือว่าเต็มกลืนแล้ว


วันเสาร์ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2553

race 5: ทันตาเห็น | 4 ความคิดเห็น:

เดิน-วิ่ง สวนกุหลาบวิทยาลัย มินิมาราธอน 2010

งานนี้เป็นงานเฉพาะกิจ จัดขึ้นเพื่อหารายได้สมทบทุนงานฉลองตึกยาวซึ่งเป็น signature ของโรงเรียนครบรอบ 100 ปี ด้วยความที่เป็นงานโรงเรียน นักเรียน ศิษย์เก่าและครูช่วยกันจัด บรรยากาศก็เลยออกมาอบอุ่นแบบมือสมัครเล่น ได้ฟีลลิ่งแปลกๆไปอีกแบบ

ก่อนปล่อยตัว งานวิ่ง 100 ปี ตึกยาว

เหตุผลแรกที่ทำให้ตัดสินใจมาวิ่งงานนี้ก็คือ ท่าทางผู้หญิงจะน้อย น่าจะมีสิทธิ์ลุ้นถ้วยกะเค้าบ้าง (อิอิ) งานนี้ไม่มีเงินรางวัล แต่ที่อยากได้ถ้วยเพราะอยากกระทบไหล่คนดัง นั่นคือท่านสุรยุทธ์ จุลานนท์ ศิษย์เก่าสวนฯ ที่จะมาเป็นประธานมอบรางวัลในงานนี้ เหตุผลรองคือ อยากวิ่งเส้นทางภายในเกาะรัตนโกสินทร์ นอกเหนือจากถ.สนามไชย สนามหลวงดูบ้าง ชอบที่จะได้วิ่งในที่ซึ่งในชิวิตปกติคงไม่ได้มีโอกาสวิ่ง หรือถึงได้วิ่ง, Ideally (หุหุ), ก็คงไม่สะดวกสบายเหมือนงานวิ่งที่มีคนมาคอยกันรถให้แบบนี้

วันศุกร์ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2553

เริ่มฝึกวิ่งแบบ forefoot | 11 ความคิดเห็น:

รู้สึกมานานแล้วว่าท่าวิ่งของตัวเองไม่ถูกต้อง เป็นท่าวิ่งแบบ heel ไม่ใช่ forefoot ที่เป็นแบบนี้เพราะเราเริ่มฝึกวิ่งจากระดับที่ช้ามากคือ 6km/h ตอนนั้นวิ่งต่อเนื่อง 30 นาทียังแทบคลานเลย ซึ่งเมื่อวิ่งช้าๆ มันจะเป็นท่า heel ไปเองตามธรรมชาติ แม้จะเพิ่มความเร็วขึ้นเรื่อยๆ จนปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 9.5 km/h แต่ก็ยังติดกับท่าเดิม เหตุผลน่าจะเพราะเราเคยชินที่จะใช้กล้ามเนื้อส่วนเดิม ส่วนที่ได้รับการฝึกฝนมาเพื่อใช้วิ่งแบบ heel ถึงแม้บางครั้งจะพยายามวิ่งในแบบ forefoot แต่พอเผลอเมื่อไหร่ ร่างกายมันก็กลับไปใช้กล้ามเนื้อตามความเคยชินของมันร่ำไป

เมื่อวานได้ดูคลิปการวิ่งของ Ryan Hall ซึ่งเป็นนักวิ่งระยะ half  คนแรกของอเมริกาที่ทำเวลาได้ต่ำกว่า 1 ชั่วโมง รู้สึกได้เลยว่านี่แหละ ท่าวิ่งในฝัน  ในขณะที่วิ่งด้วยท่าที่ดูสบายๆ วิ่งไปพูดไปเหมือนไม่เหนื่อยเลย แต่ก็สังเกตได้ว่าความเร็วไม่ใช่ระดับจ็อกกิ้ง มันทำให้เราเกิดความตั้งใจอย่างแรงกล้าที่จะปฏิวัติท่าวิ่งของตัวเองเสียใหม่



วันอาทิตย์ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2553

race 4 : จงเตรียมพร้อม | 10 ความคิดเห็น:

เดิน-วิ่งเทิดพระเกียรติกรมหลวงชุมพรฯ 130 ปี

ภาพจาก google
สิ่งแรกที่คิดถึงหลังจากจบงานนี้คือคติพจน์ของลูกเสือสามัญ ถ้าเตรียมพร้อมกว่านี้ซักนิดก็คงรู้ PR ของตัวเอง และมั่นใจว่าจะทำเวลาได้ดีกว่านี้แน่ เพราะวันนี้อากาศเย็นสบาย วิ่งไม่เหนื่อย คนวิ่งกันเยอะน่าท้าทาย

วันศุกร์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2553

ร้านฉวาง แยกพรานนก | 6 ความคิดเห็น:

วันอาทิตย์นี้มีวิ่งแถวฐานทัพเรือกรุงเทพ ถึงคิวต้องหาร้านน่าสนใจมาฝากนักวิ่งอีกเช่นเคย criteria สำคัญ 4 อย่างที่เป็นตัวเลือกร้านมาแนะนำก็คือ หนึ่งต้องดัง เพราะความอร่อยเป็นเรื่องปัจเจก ถ้าเผอิญไปกินแล้วไม่อร่อย จะได้ไม่มาด่าเราได้ เพราะแปลว่ารสนิยมคุณไม่เหมือนชาวบ้านเอง 555+ สองคือ ต้องอยู่ไม่ไกลจากงานวิ่งเกินไปนัก ประเภทต้องนั่งรถเมล์ไปอีกครึ่งชั่วโมง อันนั้นไว้ไปกินวันหลังละกัน ถ้าเป็นไปได้ เราจะพยายามหาร้านที่สามารถเดินถึงได้สบายๆ (ตามมาตรฐานนักวิ่ง) สามคือต้องเปิดเช้าวันอาทิตย์ นักวิ่งวิ่งเสร็จจะได้แวะไปกินได้ สุดท้ายคือเราต้องอยากกิน ไม่งั้นคงไม่เสียเวลาไปค้นมาแปะหรอก 555+

ร้านที่จะแนะนำอาทิตย์นี้เข้าข่ายทุกประการ เพราะเขาว่ากันว่าเป็นร้านข้าวแกงปักษ์ใต้ที่ดังที่สุดในกรุงเทพฯ อยู่ห่างจากฐานทัพเรือกิโลกว่าๆ เปิดทุกวันตั้งแต่แปดโมงเช้า และที่สำคัญมันน่ากินมากกกกก อยากกินแกงเหลืองปลากะพง แกงคั่วหอยแครงใบชะพลู คั่วกลิ้งหมู อยากกินทุกอย่างเลยยยยย


จอดอร่อย11 ร้านฉวาง ถนนพรานนก + เที่ยวที่วังหลัง 2/3 - ดูคลิปทั้งหมด คลิกที่นี่

update นะคะ ไปชิมมาเรียบร้อยแล้วกับเมนูแกงเหลืองผักรวม (ที่ร้านเค้าเรียกแกงส้ม) เครื่องแกงหอมมากกก เปรี้ยว เค็มกำลังดี ไม่เผ็ดจนเกินไป ใส่ผักแปลกๆที่ไม่เคยกินเรียกว่าผักตูนมังคะ คล้ายๆสายบัวแต่ความหนาแน่นสูงกว่า เวลาเคี้ยวผักแล้วน้ำแกงซึมซาบออกมา...อื้ม...มันช่างลงตัวเสียนี่กระไร
แนะนำอย่างแรงค่ะ

โทรศัพท์ : 024111226
ดูแผนที่ร้านได้ที่นี่

วันพฤหัสบดีที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2553

วิธีผูกเชือกรองเท้าวิ่ง สำหรับการบาดเจ็บที่เท้าแบบต่างๆ | 8 ความคิดเห็น:

1) มีเท้าแบบ High arch ทำให้เมื่อใส่รองเท้าวิ่งทั่วไปแล้วมักมีจุดหนึ่งบนหลังเท้าที่โดนเสียดสีตลอดเวลา ทำยังไงดี





วันพุธที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2553

DIY ตารางฝึกซ้อม 14 กม. | 2 ความคิดเห็น:

กำลังฝึกซ้อม 14 กม. สำหรับไปวิ่งงาน ภ.ป.ร. วันที่ 9 มกรา (ยังไม่รู้ว่าจะได้ไปหรือเปล่า ซ้อมเผื่อๆไว้ ^ ^) ได้รับคำแนะนำจากคุณพี่ท่านหนึ่ง เรื่องตารางการฝึกซ้อมดังนี้

"วันที่1) วิ่ง 1/4 ของระยะทางยาวสุดของอาทิตย์ , 2) วิ่ง ให้ใกล้เคียง 2/4 ของระยะทางยาวสุด ไม่ถึงไม่เป็นไร , 3) พัก ไปเดินดู คนอื่นวิ่ง เพื่อให้อยากวิ่ง , 4) วิ่งระยะทางยาวสุด , 5) วิ่งน้อยๆ แล้วแต่สภาพ ไม่ต้องคิดอะไร , 6) วิ่ง 1/4 ของระยะทางยาวสุดของอาทิตย์ , 7) วิ่ง 5 กิโล"

เลยเอามามั่วเองโดยดูแนวทางจากตารางฝึกซ้อม Half Marathon ในเว็บของ New Balace จากเว็บจะเห็นว่าระยะวิ่งยาวที่สุดของอาทิตย์ ไม่มีอาทิตย์ไหนไปถึง 21 กม.เลย แต่เราปรับให้ถึงระยะจริงเพราะคิดว่า 14 กม.ไม่ใช่ระยะที่มากเกินไป และในอาทิตย์สุดท้ายก่อนแข่ง จะผ่อนลง 1 step นอกจากนี้เราได้ปรับให้วันวิ่งยาวตรงกับวันอาทิตย์ เพื่อที่จะได้ใช้โอกาสที่ลงแข่งมินิอยู่แล้วทุกอาทิตย์ให้เป็นประโยชน์ แต่ปัญหาก็คือ แล้วระยะที่เกินมาจาก 10 กม. จะทำยังไง ถ้าเป็นฐานทัพเรือก็คงพอหาที่วิ่งได้ แต่ที่ Central World นี่สิ จะไปวิ่งอีก 4 กิโลที่ไหนดี 555+ เดี๋ยวค่อยไปตายเอาดาบหน้าแล้วกัน ถ้าหาไม่ได้จริงๆ ก็ค่อยกลับมาวิ่งต่อที่คอนโด

จะลองเอาตัวเข้าแลก เพื่อพิสูจน์สูตรของคุณพี่ดูซักตั้ง ต้นเดือนหน้าเดี๋ยวก็รู้ว่าหมู่หรือจ่า 555+

ตารางซ้อมวิ่ง 14 กม.

วันอังคารที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2553

ความแตกต่างระหว่าง Finish Time (Gun Time) กับ Net Time | 4 ความคิดเห็น:

สำหรับนักวิ่งมือใหม่ที่มีโอกาสได้ลงแข่งขันในรายการที่มีการใช้ chip เพื่อบันทึกเวลา หลังจากที่ผลการแข่งขันออกมาแล้วคงต้องมีคำถามเกิดขึ้นในใจแน่นอนว่า สถิติที่ได้จากช่อง Finish Time กับที่ได้จากช่อง Net Time ต่างกันอย่างไร และตัวไหนที่ถือเป็นสถิติอย่างเป็นทางการ ที่ผู้จัดเอาไว้หาคนได้รางวัล

chip ติดรองเท้าเพื่อจับเวลา
ชิปติดรองเท้าเพื่อบันทึกเวลา Cr: helsinkicitymarathon.fi

เราก็ไม่รู้เหมือนกัน (อ้าว!!!) ก็ไม่เคยสนใจนิ แล้วก็ไม่เคยวิ่งรายการที่ใช้ชิปด้วย อย่างในกรุงเทพมาราธอนถึงจะใช้ชิป ก็ใช้สำหรับระยะ full และ half marathon เท่านั้น ส่วนระยะอื่นๆ ก็เชิญหร่อนดูนาฬิกาที่เส้นชัยเอาเองนะ (น่าปวดตับกว่านั้นก็คือ ที่เส้นชัยของรุ่นมินิฯไม่มีนาฬิกา!!! คุณพระช่วย นี่หรือมาราธอนแห่งชาติไทย ยืนยันด้วยภาพเข้าเส้นชัยของเราที่นี่)

แต่หลังจากที่รู้ว่ารายการขอนแก่นมาราธอนจะมีการใช้ชิปกับระยะมินิมาราธอนด้วย (ไฮโซ สมกับค่าสมัคร 400 บาทสำหรับ early bird register และ 1,000 บาทสำหรับ lazy bird) เราก็เลยไปค้นคำตอบมาได้ดังนี้

Finish Time หรือ Gun Time* คือเวลาตั้งแต่เสียงปืน(หรือเสียงหวูด)ให้สัญญานสตาร์ทดังขึ้น จนถึงเวลาที่เราเข้าเส้นชัย ดังนั้นเวลานี้สามารถดูได้เองทันทีจากนาฬิกาที่เส้นชัย

ส่วน Net Time คือเวลาที่ต้องอ่านจากชิปเท่านั้น โดยชิปจะเริ่มจับเวลาเมื่อเราวิ่งผ่านเส้นสตาร์ท และสิ้นสุดการจับเวลาเมื่อเราวิ่งผ่านเส้นชัย (พูดให้ถูกจริงๆก็คือ วิ่งผ่านพรมนำสัญญาณ ที่ใช้บันทึกเวลาร่วมกับชิป) ดังนั้นนี่คือเวลาจริงๆที่เราทำได้ ถ้าจะดูสถิติของตัวเองก็ดูจากค่านี้เทอญ

พรมหน้าเส้นชัย สำหรับ timing chip
พรมนำสัญญาณ อย่าลืมเหยียบนะจ๊ะ ไม่งั้น DQ นะเออ Cr: timingsports.com

เวลาทั้งสองจะแตกต่างกันในกรณีที่เราไม่ได้ยืนรอสตาร์ทที่แถวหน้า ในการแข่งขันที่มีคนเข้าแข่งเยอะๆอาจต่างกันได้เป็นนาทีเลยทีเดียว(แบบที่เคยเจอในกรุงเทพมาราธอน) ทีนี้ถามว่าผู้จัดจะใช้เวลาตัวไหนมาคิดอันดับ จากการหาข้อมูลเราพบว่าไม่มีการกำหนดตายตัว ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของผู้จัดเป็นสำคัญ เช่นถ้าเป็นขอนแก่นมาราธอน ดูจาก Rules & Regulations จะพบว่าในการแข่งขันทั้ง 3 ระยะ ผู้จัดจะใช้ Finish Time เป็นตัวจัดอันดับผู้ชนะประเภท Over all ส่วนการจัดอันดับประเภทกลุ่มอายุ จะใช้ Net Time  ในขณะที่ภูเก็ตมาราธอนซึ่งใช้ชิปกับทุกระยะแบบเดียวกับขอนแก่น ใช้ Finish Time เป็นตัวตัดสินทุกประเภท ส่วนถ้าเป็นพัทยามาราธอนซึ่งใช้ชิปกับระยะ Full และ Half เท่านั้น จะใช้ Net Time เป็นตัวตัดสิน

อย่างไรก็ตามจากการสังเกตของเราสำหรับแนวหน้าแล้ว Finish Time ก็สะท้อนถึง Net Time ได้เป็นอย่างดี นั่นก็คือภายใน 5 อันดับของ Over all แม้จะเปลี่ยนไปเรียงตาม Net Time อันดับที่ได้ก็ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง ที่เป็นเช่นนี้เพราะตามมารยาทแล้วแนวหน้าจะเป็นพวกที่ยืนอยู่แถวหน้าของเส้นสตาร์ทอยู่แล้วนั่นเอง

แข่งขอนแก่นมาราธอนครั้งนี้ สำหรับเรา Finish Time จะเป็นเท่าไหร่ก็ไม่สนหรอก เพราะยังไงก็ไม่มีหวังกับ Over all อยู่แล้ว ส่วนรางวัลที่ 1-5 สำหรับแต่ละช่วงอายุ ดูสถิติของงานปีที่แล้วก็พบว่าศักยภาพของเราตอนนี้มีหวังลุ้นอันดับ 5 เหมือนกันนะ แต่เป็นของรุ่นอายุ 50-59 ปีน่ะ 555+

*อ้างอิงจาก เว็บบอร์ด Runner's World

โพสต์ที่เกี่ยวข้อง
ผลการแข่งขันและเรื่องเล่าจากงานขอนแก่นมาราธอนของเรา

วันอาทิตย์ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2553

race 3: เจอของจริง | 4 ความคิดเห็น:

วิ่งสู้เอดส์ ปีที่ 14

พาดหัวหวือหวาไปอย่างงั้น จริงๆไม่มีอะไรหรอก แค่จะเล่าให้ฟังว่า ในที่สุดเราก็ได้รู้ว่าบรรยากาศและคู่แข่งในงานวิ่งปกติมันเป็นยังไง เพราะครั้งแรกที่กรุงเทพมาราธอน คนวิ่งกันเยอะมากกกก แค่มินิมาราธอนก็เป็นหมื่นคนแล้ว ดังนั้นคู่แข่งจึงมีความหลากหลายสูงมาก ตั้งแต่เคนย่า ไปจนถึงคนที่ชีวิตนี้อาจจะไม่เคยวิ่งต่อเนื่องเกิน 1 กิโลเมตรเลย แต่อยากสัมผัสบรรยากาศความยิ่งใหญ่ของงาน ส่วนงานวิ่งครั้งที่สองของเราก็เงียบเหงาเกินปกติ กะคร่าวๆว่าไม่เกิน 100 คน เป็นผู้หญิงเสีย 10 คน และในจำนวนนั้นก็มีทั้งคนที่เป็นแนวหน้าและคุณน้าคุณป้าที่วิ่งเพื่อสุขภาพไม่เน้นความเร็ว ดังนั้นเราที่เป็นนักวิ่งแบบกึ่งๆ คือไม่ชิลล์ขนาดยอมให้ตัวเองวิ่งตามสบาย แต่ก็ไม่เก่งขนาดไปบี้กันกับแนวหน้าได้ จึงเข้าเส้นชัยเป็นที่ 5 สมกับความกึ่งๆของเรา

วันพฤหัสบดีที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2553

ร้านอาหารแนะนำ ใกล้กระทรวงสาธารณสุข | 2 ความคิดเห็น:

เอา link มาแปะไว้ก่อน(คลิกไปที่ตัวอักษรสีส้มๆได้เลยค่ะ) เผื่อคนที่จะไปวิ่งที่กระทรวงวันอาทิตย์นี้ วิ่งเสร็จอยากหาอะไรกิน

ร้านแรกคือข้าวมันไก่มงคลชัย เราเคยกินมาแล้วขอบอกว่าก็โอเค น้ำจิ้มใช้ได้ ไก่เป็นชิ้นเป็นอัน ไม่ตบจนแบนแต๊ดแต๋ติดเขียง แต่ข้าวแข็งไปหน่อย เมนูที่เราชอบมากกว่าข้าวมันไก่คือข้าวเนื้ออบไหหลำ หรือที่ภาษาไหหลำเรียก หงู่บะกัน นั่นเอง เนื้อเปื่อยกำลังดี หอมเครื่องเทศแบบไม่เหมือนใคร ถ้าไม่เกรงใจกระเพาะก็คงเบิ้ลไปแล้ว อีกอย่างที่ประทับใจคือน้ำซุป เป็นน้ำซุปเป็ดตุ๋นมะนาวดอง เปรี้ยวนิดๆตัดเลี่ยนได้ดีนักแล เราซดจนเกลี้ยง อาเฮียเจ้าของร้านก็ใจดี ยกไปเติมให้ฟรี ได้ใจไปเต็มๆ ทั้งนี้ เป็นรสนิยมของเราทั้งสิ้น อยากรู้ว่าจะถูกใจมั้ยต้องลองดูเอง ร้านเปิดทุกวันตั้งแต่ 6 โมงเช้า อยู่บนถ. ติวานนท์ตรงข้ามทางเข้ากระทรวง

ข้าวมันไก่มงคลชัย, กระทรวงสาธารณสุข
(ภาพจาก link)

ร้านต่อมาเราไม่เคยกิน และเพื่อนๆที่วิ่งเสร็จก็คงไม่ได้กิน เพราะหยุดวันอาทิตย์ (แล้วแกจะรีวิวเพื่อ...???) แต่ก็อยากเอามาแปะไว้เผื่อใครไปดูสถานที่ก่อนแข่งในวันเสาร์จะได้แวะกินกัน ชื่อร้านราดหน้าคุณภาพ เจ้าของร้านไม่ได้ชื่อ "ภาพ" แต่อย่างใด แต่หมายถึงราดหน้าที่มีคุณภาพ ถ้ามีโอกาสไปชิมจะมาเล่าให้ฟังอีกทีค่ะว่าคุณภาพจริงป่าว

ราดหน้าคุณภาพ, กระทรวงสาธารณสุข
(ภาพจาก link)

update นะคะ วันนี้ไปลองมาแล้วกับเมนูราดหน้าอเมริกันแบบในภาพข้างบน ท่าทางจะดังจริงค่ะร้านนี้ เพราะเราไปตอนบ่ายโมงครึ่งปรากฏว่าเส้นใหญ่หมดแล้ว เลยสั่งเส้นหมี่มาแทน ไม่ได้อร่อยที่สุดเท่าที่เคยกิน แต่ก็อร่อยค่ะ สำหรับเราสิ่งที่เด่นที่สุดของเมนูนี้คือเส้นที่ผัดมาหอมกระทะมากกกก รองลงมาคือผักคะน้าก้านโตที่หวานกรอบ ลวกกำลังได้ที่ ส่วนหมูและน้ำราดอยู่ในเกณฑ์ใช้ได้ค่ะ สำหรับแฮม ไส้กรอก และไข่ดาวที่ให้มา แม้ว่าจะทำให้เมนูดูมีสีสัน แต่ก็ไม่ได้ทำให้เกิดความแตกต่างของรสชาติแต่ประการใด ถ้าไม่อยากได้โปรตีนล้นเกิน ขอแนะนำให้สั่งราดหน้าแบบธรรมดาจะดีกว่า แค่ผักคะน้าก็กินขาดแล้ว

สิ่งจำเป็นอันดับแรกๆ ที่นักวิ่งมือใหม่ควรรู้ | 3 ความคิดเห็น:

ในฐานะที่เป็นนักวิ่งมือใหม่ (หรือเท้าใหม่หว่า..แปลกๆ...ไม่น่าใช่มั้ง) เราจึงกล้าเขียน blog นี้อย่างเต็มภาคภูมิ เพราะเคยผ่านความไม่รู้ในสิ่งที่ "ควรรู้" อันนี้มาก่อนแล้ว ทั้งๆที่ตั้งแต่สมัยเริ่มเรียนวิชาพลศึกษาตอนป.1 เราก็ได้รับการพร่ำสอนถึงสิ่งจำเป็นที่ว่านี้มาโดยตลอด แต่ก็มิได้นำพา สิ่งนั้นก็คือ การให้ความสำคัญอย่างแท้จริงกับการ warm up และ cool down นั่นเอง

สมัยที่เราเริ่มวิ่งในฟิตเนสที่คอนโดใหม่ๆ พอก้าวขึ้นลู่วิ่งได้ ก็ค่อยๆเพิ่มความเร็วจาก 5.5 (km/h) เป็น 6 เป็น 7 เป็น 8 ซึ่งเป็นความเร็วเป้าหมายของเราโดยใช้เวลาเพียงไม่เกิน 5 นาที โดยคิดเอาเองว่านี่แหละคือการ warm up ซึ่งก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร นอกจากในวันแรกๆ หลังวิ่งเสร็จจะเดินขาสั่นพั่บๆลงบันได และในวันต่อๆมาจะรู้สึกตึงๆที่น่อง หรือในบางวันที่เริ่มปรับความเร็วเป้าหมายขึ้น จะรู้สึกขัดๆที่ต้นขาจนถึงกับต้องเดินกะเผลก (ขนาดนี้แกยังว่าไม่มีอะไรอีกเหรอ //อีโม่ค้อนทุบหัว)

ส่วนการ cool down นั้นเล่า สำหรับเราก็แสนจะง่ายดาย มีปุ่ม cool down บนลู่วิ่งก็จัดไปอย่าให้เสีย เครื่องจะลดความเร็วจากระดับวิ่งตามควายมาเป็นระดับเดินตามอากงแถวสวนลุม (3.5 km/h) อยู่ 1 นาที จากนั้นจะลดลงมาเป็นระดับเดินตามอาม่าแถวบ้าน (~2 กว่าๆ km/h) อีก 2 นาที ศิริรวมการ cool down อัตโนมัติอยู่ที่ 3 นาทีถ้วน!! เราก็สบายใจ ได้ cool down ละ ขึ้นห้องไปนอนอย่างอิ่มเอมใจ แม้บางคืนจะต้องตื่นขึ้นมากลางดึกเพราะตะคริวกินน่องก็หาได้แคร์ ดัดเท้าให้น่องตึงๆเดี๋ยวก็หาย นอนต่อได้แล้ว คิดเอาเองว่ามันเป็นเรื่องธรรมชาติของคนออกกำลังกาย เพราะสมัยเรียนมัธยมที่เคยเล่นกีฬาเยอะๆก็เป็นแบบนี้เหมือนกัน

แต่เมื่อก้าวมาสู่การวิ่งถนน เมื่อมีเป้าหมายในชีวิตเป็น Marathon เราก็เริ่มหาข้อมูล ศึกษาจากบทความในเว็บวิ่งมากขึ้น จึงทำให้พบว่าการ warm up และ cool down ไม่ใช่แค่เรื่องที่ทำให้เสร็จๆไป ไม่ใช่ประเพณีนิยมที่ต้องทำตามทั้งๆที่ไม่รู้ว่าทำไปทำไม แต่ทั้งสองสิ่งนี้มีความสำคัญและอธิบายความจำเป็นของมันได้ในทางวิทยาศาสตร์ ตอนนี้เราขอโพสต์ลิงค์ของบทความอ้างอิงที่ใช้ไว้ก่อน เพราะไม่มีเวลาเขียน เดี๋ยวดึกๆจะมาสรุปให้ฟัง

สำหรับนักวิ่งแล้ว กระบวนการ warm up และ cool down จะต้องมีการยืดเหยียดกล้ามเนื้อเข้ามาปิดท้ายด้วยเสมอ ขอโพสต์ลิงค์ท่ายืดเหยียดไว้ก่อนเช่นกัน ถ้ามีเวลาจะแสดงเอง ท่าทางจะฮาดี

วันอาทิตย์ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2553

race 2: ถ้วยแรกในชีวิต | 9 ความคิดเห็น:

เดิน-วิ่งเฉลิมพระเกียรติ พลังวัฒนธรรมไทย เทิดไท้องค์ราชัน

ใครจะไปคิดว่าลงวิ่งครั้งที่ 2 ก็ได้ถ้วยมาเชยชมซะแล้วแบบงงๆ ที่ได้มานี้ไม่ใช่ฝีมือ แต่เป็นเพราะจังหวะชีวิตล้วนๆ คนมาวิ่งปริมาณจุ๋มจิ๋มมากด้วยหลายสาเหตุ ที่สำคัญน่าจะเป็นเพราะขาดการประชาสัมพันธ์ เราเองก็เพิ่งรู้ว่ามี เพราะน้องคนนึงในเว็บบอร์ดที่เล่นอยู่ PM มาบอก อีกสาเหตุก็คือในวันเดียวกันนี้มีงานวิ่งอีกงานที่สวนลุมด้วย เป็นงานใหญ่ทีเดียวเพราะเห็นออกข่าวภาคค่ำ คนเพียบ

วันพฤหัสบดีที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2553

งานวิ่งครั้งแรกในชีวิต กรุงเทพมาราธอน 2010 | 2 ความคิดเห็น:

ไปแข่งมาแล้วค่ะ กรุงเทพมาราธอน (แต่ลงรุ่นมินิมาราธอน 10 km นะคะ อิอิ)
เป็นการแข่งวิ่งครั้งแรกของเรา เลยอยากนำมาเล่าสู่กันฟัง
เผื่อใครอ่านแล้วเกิดแรงบันดาลใจ คราวหน้าจะได้ไปวิ่งด้วยกันเนาะ

หลังจากสมัครทางเน็ตเรียบร้อย เนื่องจากรายการนี้เป็นรายการใหญ่คนเยอะ เลยต้องมีการแยกวันรับเสื้อและเบอร์ออกมาล่วงหน้า
ส่วนวันวิ่งจะไม่มีการรับสมัครหน้างานใดๆทั้งสิ้น
เราไปรับในตอนเย็นของวันสุดท้าย เลยเหลือแต่เสื้อเบอร์ L ใหญ่โพดๆ ใส่ไม่ได้แน่นอน
น่าเสียดายเพราะเสื้อดูน่าจะใส่สบาย และวันแข่งคนส่วนมากเค้าก็ใส่เสื้อนี้กันทั้งนั้น
เป็นอุทาหรณ์ว่า วันแจกเสื้อแจกเบอร์ ให้ไปตั้งแต่เช้าของวันแรก

เสื้อวิ่ง, กรุงเทพมาราธอน 2010, กรุงเทพมาราธอน 2553

Google+ Badge

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...